กราโนล่า ประโยชน์ของกราโนล่า ลดน้ำหนักได้

0
3051

Granola กราโนล่า บางคนยังสงสัยว่า คืออะไร หากทานแล้วจะลดน้ำหนักได้จริงเหรอ? จริงๆ แล้ว กราโนล่าก็คือ ธัญพืชหลากหลายที่มีประโยชน์ แล้วนำมาผสมรวมกัน เพื่อรับประทาน คู่กับนม โยเกิร์ต หรือ สลัดผัก ผลไม้ ที่สามารถใช้ทานเป็นอาหารแทนมื้อเช้า หรือ จะทานเล่นเป็นสแน็กก็ได้

กลุ่มที่นิยมกราโนล่ามากที่สุด คือ กลุ่มของผู้ที่รักสุขภาพ และสำหรับผู้ที่กินอาหารคลีน และต้องการมีรูปร่างที่ดี เพราะกราโลล่าสามารถช่วย ลดน้ำหนัก ได้ ไม่มีคอเลสเตอรอล กราโนล่ามีไฟเบอร์สูง ทานแล้วรู้สึกอิ่ม อยู่ท้อง เพราะส่วนมากจะประกอบไปด้วย ข้าวโอ๊ต เมล็ดธัญพืชต่างๆ แถมยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี ไม่ทำให้เกิด อาการท้องผูก

นอกจากคุณจะได้ประโยชน์ จากธัญพืชเต็มๆ แล้ว ถ้าหากคุณรับประทานกราโนล่า คู่กันนม โยเกิร์ต สลัดผัก และผลไม้ต่างๆ ยิ่งจะช่วยให้คุณได้ประโยชน์ที่มากมาย หลากหลายมากยิ่งขึ้น การทานกราโนล่าจึงเหมาะกับผู้ที่ ต้องการควบคุมน้ำหนัก กลัวอ้วน และต้องการมีสุขภาพร่างกาย ที่ดี แข็งแรง จากภายในสู่ภายนอก แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า กราโนล่าที่แท้จริง มักมีส่วนผสมของอะไรบ้าง? มาดูกันเลยค่ะ

ประโยชน์ที่ได้จาก กราโนล่า

ส่วนมากแล้วกราโนล่า ที่ผู้บริโภครู้จัก และคุ้นเคยกันดี จะมีส่วนประกอบไปด้วยธัญพืชที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวโอ๊ต, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, เมล็ดอัลมอนด์, น้ำผึ้ง, ลูกเกด, ฟักทอง ฯลฯ เป็นต้น มาดูกันเลยว่าธัญพืชเหล่านี้ ให้ประโยชน์อะไรกับคุณได้บ้าง

1. ข้าวโอ๊ต

– มีส่วนช่วยในการ ควบคุมน้ำหนักให้สมดุล

– มีส่วนผสมของสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไฟเบอร์ ฯลฯ

– มีส่วนช่วย สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง

– มีส่วนช่วย ในการป้องกันโรคเบาหวานได้

– ช่วยเรื่องของระบบขับถ่าย ไม่ทำให้ท้องผูก ได้ง่าย

– มีส่วนช่วยลดไขมันที่ไม่ดี และลดคอเลสเตอรอล

– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้

– มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้


2. เม็ดมะม่วงหิมพานต์

– มีส่วนช่วยในการ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

– ช่วยบำรุงเส้นผม และผิวหนัง ให้มีสุขภาพดี แข็งแรง

– ช่วยป้องกัน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

– ช่วยบำรุงสุขภาพเหงือก ฟัน กระดูกให้แข็งแรง

– ช่วยป้องกันจอประสาทตาเสื่อมลงได้

-มีส่วนช่วยในการ ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับทรวงอกได้ดี

3. เม็ดอัลมอนด์

– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

– มีสารอาหาร ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

– มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาท และสมอง

– ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

– ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือ สมองเสื่อม ได้

– ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

– ช่วยลดน้ำหนัก ได้ดี

– ช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคนิ่วได้

4. น้ำผึ้ง

– ใน น้ำผึ้ง มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สุขภาพดีอยู่เสมอ

– ช่วยบำรุงสมอง และประสาท

-ช่วยบำรุงเลือดได้ดี

5. ลูกเกด

– ช่วยป้องกันฟันผุ

– ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ไม่ทำให้ท้องผูก

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้มีสุขภาพดี

– ช่วยบำรุงสายตา และ ดวงตา ให้มีสุขภาพดี

6. เมล็ดฟักทอง

– ช่วยลดคอเลสเตอรอล

– ช่วยบำรุง สุขภาพของหัวใจ

– ช่วยป้องกัน การเกิดโรคกระดูกพรุน ได้

– มีส่วนช่วยในการ ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ

รู้กันแล้วใช่ไหมคะ ว่าทานกราโนล่า แล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง? แต่ในปัจจุบันการเลือก รับประทานกราโนล่า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากคุณรับประทานกราโนล่า ที่มีส่วนผสมของ เนย น้ำตาล แป้ง ก็อาจจะทำให้คุณ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ฉนั้นคุณควรเลือกบริโภคกราโนล่า ที่ไม่มีส่วนผสม ของสิ่งเหล่านี้อยู่ และที่สำคัญถ้าหากเป็น กราโนล่าโฮมเมดยิ่งดี ที่ไม่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย หรือ สารกันบูด จะยิ่งทำให้คุณได้รับประโยชน์ จากกราโนล่ามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญถ้าหากคุณอยาก มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง อย่าลืม ออกกำลังกาย ควบคู่ไปด้วยนะคะ