ความเครียด ขณะตั้งครรภ์ ภัยเงียบจากแม่ถึงลูก เสี่ยงระยะยาว

0
668

ความเครียด ภัยเงียบที่หลายคนต้องระวัง โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรต้องระวังอย่างเป็นพิเศษ เพราะเกรงว่าอาจส่งผลกระทบ ต่อทารกในครรภ์ได้ ไม่เพียงเท่านี้ อาจทำให้ทั้งคุณแม่และลูกรัก ได้รับอันตรายร้ายแรง ที่เรื้อรัง ส่งผลไปยังอนาคตได้

ซึ่งปัจจุบันหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรต้องเฝ้าระวัง กับภาวะเครียด ที่กำลังเผชิญอยู่ค่อนข้างสูง จากงานวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลก ได้ระบุตรงกันว่า ความเครียดเป็นภัยเงียบ ที่ส่งผลกระทบรุนแรง ในระหว่างการตั้งครรภ์ ที่ส่งผลไปยังเด็กในครรภ์มากกว่าที่คิด

ความเครียด อันตรายต่อเด็กในครรภ์ ?

1. คลอดก่อนกำหนด

มีการวิจัยจากสวีเดน พบว่าคุณแม่ที่อยู่ในภาวะเครียด หรือซึมเศร้า ระหว่างการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูง ในการคลอดก่อนกำหนดมากถึง 30 – 40 %

2. การแท้ง

งานวิจัยของวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา พบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ที่ประสบกับปัญหาความเครียด มีโอกาสสูง ที่จะแท้งลูก

3. โรคจิต

มีการวิจัยจากอังกฤษ ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ในภาวะเครียดที่รุนแรง ระหว่างการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูง ที่จะทำให้เด็กในครรภ์ คลอดออกมาเป็น โรคจิตเภท เมื่อเติบโตขึ้น มากถึง 67%

4. พัฒนาการ

จากการวิจัยของเดนมาร์กพบว่า คุณแม่ที่มีความเครียด ขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลถึงอารมณ์ และพัฒนาของเด็ก ในช่วงวัยเด็กอย่างมาก

5. การควบคุม

ในประเทศไทย ได้มีการวิจัยจากศูนย์วิจัยประสาท มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าความเครียดของแม่ ส่งผลถึงวงจรของสมองลูกน้อย ในส่วนเกี่ยวกับการควบคุม การใช้เหตุผล และการยับยั้งชั่งใจ

ภาวะเครียดของหญิงตั้งครรภ์

ข้อมูลจากการสุ่มสำรวจ ในหญิงตั้งครรภ์ 200 ราย พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเครียดปานกลาง ถึง 54 % และเครียดระดับสูงประมาณ 11 % ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า หญิงที่กำตั้งครรภ์ อยู่ในภาวะความเครียด โดยที่ไม่รู้ตัว



สาเหตุของความเครียด

– การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มีผลทำให้อารมณ์แปรปรวนง่าย มีอาการหงุดหงิด ใจน้อย รำคาญ อ่อนไหว และซึมเศร้าได้ง่าย

– ความรู้สึกกังวล ในการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ และร่างกาย

– ความไม่พร้อมทางด้านครอบครัว เช่น ปัญหาทางด้านการเงิน

– ความกังวลเรื่องของสามี เช่น กลัวสามีไม่รักเพราะร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง

อาการของภาวะเครียด

– มีอาการซึมเศร้า เก็บตัว อยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องการสังคม

– รู้สึกขี้รำคาญ หงุดหงิดง่าย

– มีอาการขี้ใจน้อย อ่อนไหวง่าย

– มีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้ง

– มีอาการป่วยบ่อย

– รู้สึกกังวล วิตกจริต

– รู้สึกไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง

– รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสุข

อิทธิพลของความเครียด

ความเครียด
ความเครียด

เมื่อเกิดภาวะเครียด สารเคมีในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงทันที โดยต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ( Cortisol ) ออกมา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อร่างกายของหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก และสารเคมีในร่างกายของแม่ ที่หลั่งเมื่อมีความเครียด จะถูกส่งผ่านไปยังลูก ทางกระแสเลือด ซึ่งส่งผลทำให้ลูก รู้สึกเครียดตามไปด้วย ซึ่งส่งผลเสียหาย ต่อสมองของทารกในครรภ์

ผลกระทบต่อแม่

– ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นแรง และมีอาการใจสั่น

– น้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลทำให้มือไม้สั่น รู้สึกชา รู้สึกหิว หากมีอาการรุนแรง อุณหภูมิในร่างกายจะลดลง ตัวจะเย็น รู้สึกอ่อนเพลีย หลงลืมได้ง่าย มีอาการง่วงซึม เกิดอาการชัก และหมดสติ

– ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในขณะตั้งครรภ์ได้ง่าย

– หลอดเลือดตีบ และไม่มีแรง

– เกิดอาการปวดท้องคลอดก่อนกำหนด

– มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ทำให้นอนหลับไม่สนิท

– รู้สึกคลื่นไส้ เบื่ออาหาร

ผลกระทบต่อเด็ก

– มีน้ำหนักตัวน้อยเมื่อแรกเกิด

– เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือแท้งง่าย

– มีความเสี่ยงเป็นออทิสติก หรือมีปัญหาทางด้านภาษา

– มีความเสี่ยงต่อพัฒนาการที่ล่าช้า

– มีพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยาก เลี้ยงยาก ร้องไห้ งอแงง่าย

– มีอารมณ์สียง่ายและบ่อยเมื่อโตขึ้น

– มีความเสี่ยงเป็นโรคจิตเภท เมื่อเติบโตขึ้น

วิธีผ่อนคลายความเครียด

– เพิ่มความบันเทิง โดยการดูหนัง ฟังเพลง

– ฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้นิ่ง

– ออกไปพบปะ สังสรรค์ กับเพื่อนเพื่อผ่อนคลาย

– ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การฝึกโยคะ ฯลฯ

– ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทุกมื้อ

– พักผ่อนให้เพียงพอ

– เปลี่ยนบรรยากาศ โดยการไปออกไปเที่ยวบ้าง อาจเป็นทริปสั้นๆ

– คิดในแง่บวก มองว่าปัญหาเป็นเรื่องเล็กน้อย

– ควรนวดผ่อนคลายเบาๆ

– หากมีเรื่องเครียด ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ควรพูดคุยกับเพื่อน หรือสามี

เพราะความเครียด คือภัยเงียบของสุขภาพร่างกายและจิตใจ ของมนุษย์เกือบทุกคน รวมไปถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ จึงเป็นเรื่องที่หลายคน ควรให้ความสนใจ ที่จะขจัดและทำลาย ภัยคุกคามนี้ออกไป เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่มันเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ตัวเราเอง รวมถึงคนรอบข้าง ได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเฉพาะเด็กที่กำลังจะเติบโตขึ้น ที่ได้รับผลกระทบมาโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นเราควรเริ่มได้แล้ว ที่เปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเครียด