ความเครียด ขณะตั้งครรภ์ ภัยเงียบจากแม่ถึงลูก เสี่ยงระยะยาว

0
367

ความเครียด ภัยเงียบที่หลายคนต้องระวัง โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรต้องระวังอย่างเป็นพิเศษ เพราะเกรงว่าอาจส่งผลกระทบ ต่อทารกในครรภ์ได้ ไม่เพียงเท่านี้ อาจทำให้ทั้งคุณแม่และลูกรัก ได้รับอันตรายร้ายแรง ที่เรื้อรัง ส่งผลไปยังอนาคตได้

ซึ่งปัจจุบันหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรต้องเฝ้าระวัง กับภาวะเครียด ที่กำลังเผชิญอยู่ค่อนข้างสูง จากงานวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลก ได้ระบุตรงกันว่า ความเครียดเป็นภัยเงียบ ที่ส่งผลกระทบรุนแรง ในระหว่างการตั้งครรภ์ ที่ส่งผลไปยังเด็กในครรภ์มากกว่าที่คิด

ความเครียด อันตรายต่อเด็กในครรภ์ ?

1. คลอดก่อนกำหนด

มีการวิจัยจากสวีเดน พบว่าคุณแม่ที่อยู่ในภาวะเครียด หรือซึมเศร้า ระหว่างการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูง ในการคลอดก่อนกำหนดมากถึง 30 – 40 %

2. การแท้ง

งานวิจัยของวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา พบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ที่ประสบกับปัญหาความเครียด มีโอกาสสูง ที่จะแท้งลูก

3. โรคจิต

มีการวิจัยจากอังกฤษ ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ในภาวะเครียดที่รุนแรง ระหว่างการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงสูง ที่จะทำให้เด็กในครรภ์ คลอดออกมาเป็น โรคจิตเภท เมื่อเติบโตขึ้น มากถึง 67%

4. พัฒนาการ

จากการวิจัยของเดนมาร์กพบว่า คุณแม่ที่มีความเครียด ขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลถึงอารมณ์ และพัฒนาของเด็ก ในช่วงวัยเด็กอย่างมาก

5. การควบคุม

ในประเทศไทย ได้มีการวิจัยจากศูนย์วิจัยประสาท มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าความเครียดของแม่ ส่งผลถึงวงจรของสมองลูกน้อย ในส่วนเกี่ยวกับการควบคุม การใช้เหตุผล และการยับยั้งชั่งใจ

ภาวะเครียดของหญิงตั้งครรภ์

ข้อมูลจากการสุ่มสำรวจ ในหญิงตั้งครรภ์ 200 ราย พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเครียดปานกลาง ถึง 54 % และเครียดระดับสูงประมาณ 11 % ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า หญิงที่กำตั้งครรภ์ อยู่ในภาวะความเครียด โดยที่ไม่รู้ตัว



สาเหตุของความเครียด

– การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มีผลทำให้อารมณ์แปรปรวนง่าย มีอาการหงุดหงิด ใจน้อย รำคาญ อ่อนไหว และซึมเศร้าได้ง่าย

– ความรู้สึกกังวล ในการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ และร่างกาย

– ความไม่พร้อมทางด้านครอบครัว เช่น ปัญหาทางด้านการเงิน

– ความกังวลเรื่องของสามี เช่น กลัวสามีไม่รักเพราะร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง

อาการของภาวะเครียด

– มีอาการซึมเศร้า เก็บตัว อยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องการสังคม

– รู้สึกขี้รำคาญ หงุดหงิดง่าย

– มีอาการขี้ใจน้อย อ่อนไหวง่าย

– มีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้ง

– มีอาการป่วยบ่อย

– รู้สึกกังวล วิตกจริต

– รู้สึกไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง

– รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสุข

อิทธิพลของความเครียด

ความเครียด
ความเครียด

เมื่อเกิดภาวะเครียด สารเคมีในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงทันที โดยต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ( Cortisol ) ออกมา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อร่างกายของหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก และสารเคมีในร่างกายของแม่ ที่หลั่งเมื่อมีความเครียด จะถูกส่งผ่านไปยังลูก ทางกระแสเลือด ซึ่งส่งผลทำให้ลูก รู้สึกเครียดตามไปด้วย ซึ่งส่งผลเสียหาย ต่อสมองของทารกในครรภ์

ผลกระทบต่อแม่

– ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นแรง และมีอาการใจสั่น

– น้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลทำให้มือไม้สั่น รู้สึกชา รู้สึกหิว หากมีอาการรุนแรง อุณหภูมิในร่างกายจะลดลง ตัวจะเย็น รู้สึกอ่อนเพลีย หลงลืมได้ง่าย มีอาการง่วงซึม เกิดอาการชัก และหมดสติ

– ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในขณะตั้งครรภ์ได้ง่าย

– หลอดเลือดตีบ และไม่มีแรง

– เกิดอาการปวดท้องคลอดก่อนกำหนด

– มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ทำให้นอนหลับไม่สนิท

– รู้สึกคลื่นไส้ เบื่ออาหาร

ผลกระทบต่อเด็ก

– มีน้ำหนักตัวน้อยเมื่อแรกเกิด

– เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือแท้งง่าย

– มีความเสี่ยงเป็นออทิสติก หรือมีปัญหาทางด้านภาษา

– มีความเสี่ยงต่อพัฒนาการที่ล่าช้า

– มีพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยาก เลี้ยงยาก ร้องไห้ งอแงง่าย

– มีอารมณ์สียง่ายและบ่อยเมื่อโตขึ้น

– มีความเสี่ยงเป็นโรคจิตเภท เมื่อเติบโตขึ้น

วิธีผ่อนคลายความเครียด

– เพิ่มความบันเทิง โดยการดูหนัง ฟังเพลง

– ฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้นิ่ง

– ออกไปพบปะ สังสรรค์ กับเพื่อนเพื่อผ่อนคลาย

– ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การฝึกโยคะ ฯลฯ

– ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทุกมื้อ

– พักผ่อนให้เพียงพอ

– เปลี่ยนบรรยากาศ โดยการไปออกไปเที่ยวบ้าง อาจเป็นทริปสั้นๆ

– คิดในแง่บวก มองว่าปัญหาเป็นเรื่องเล็กน้อย

– ควรนวดผ่อนคลายเบาๆ

– หากมีเรื่องเครียด ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ควรพูดคุยกับเพื่อน หรือสามี

เพราะความเครียด คือภัยเงียบของสุขภาพร่างกายและจิตใจ ของมนุษย์เกือบทุกคน รวมไปถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ จึงเป็นเรื่องที่หลายคน ควรให้ความสนใจ ที่จะขจัดและทำลาย ภัยคุกคามนี้ออกไป เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่มันเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ตัวเราเอง รวมถึงคนรอบข้าง ได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเฉพาะเด็กที่กำลังจะเติบโตขึ้น ที่ได้รับผลกระทบมาโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นเราควรเริ่มได้แล้ว ที่เปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเครียด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here