คันช่องคลอด 9 ปัจจัยเสี่ยง ที่ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยง

0
74

อาการ คันช่องคลอด ภาวะที่เกิดขึ้นได้มาก กับผู้หญิงเกือบทุกคน ที่ต้องพบกับอาการคันช่องคลอด ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราในช่องคลอด โดยคิดเป็น 9 % ในผู้หญิงจำนวน 10 คน ที่ต้องเผชิญกับปัญหา การเจริญเติบโตของเชื้อรา ที่อาจมีอยู่ในช่องคลอด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้หญิงที่ไม่มีอาการคันช่องคลอด จะไม่มีเชื้อราอยู่ในช่องคลอด เพียงแต่ว่า อาการคันช่องคลอด อาจจะแสดงอาการ หรือไม่แสดงอาการก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ของแต่ละราย

แต่ก็เชื่อว่า การมีเชื้อราอยู่ในช่องคลอด ที่มีจำนวนการเติบโตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะหากว่ามีเชื้อราจำนวนมาก และสะสมเป็นระยะเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบ ไปยังการเกิดภาวะแทรกซ้อน ที่อาจตามมาภายหลังได้ โดยเฉพาะความผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้นกับช่องคลอด มดลูก รวมไปถึงอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนอื่นด้วย

คันช่องคลอด เกิดจากอะไร ?

อาการคันบริเวณช่องคลอด โดยปกติแล้วอาจเกิดขึ้นจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การเกิดความไม่สมดุล ของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องคลอด เนื่องจากในช่องคลอด จะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ 2 ชนิด คือชนิดที่ ” ดี ” และ ” ไม่ดี ” และเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิด ” ดี ” มีจำนวนน้อยกว่า ก็จะส่งผลทำให้ ช่องคลอดอาจเกิดการ ติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

คันช่องคลอด
คันช่องคลอด

ปัจจัยเสี่ยงของอาการ

การเกิดภาวะความไม่สมดุล ของแบคทีเรียในช่องคลอด ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจาก ปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

1. ความอับชื้นของช่องคลอด ที่อาจเกิดจากการสวมใส่เสื้อผ้า หรือกางเกงรัดรูป ที่รัดแน่นจนเกินไป หรือสวมใส่เสื้อผ้า และกางเกงที่มีความอับชื้นและเปียก

2. ไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย ในช่วงมีประจำเดือน ( ควรเปลี่ยนผ้าอนามัย อย่างน้อยทุกๆ 4 ชั่วโมง แม้ประจำเดือนจะมีมาก หรือน้อยก็ตาม )

3. การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด เพราะเป็นการเพิ่มความอับชื้น ให้กับช่องคลอด ทำให้แบคทีเรีย เชื้อรา เจริญเติบโตได้เร็ว



4. การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น เป็นประจำ ( ควรใช้น้ำเปล่าสะอาด ทำความสะอาดจะดีกว่า )

5. การสวนล้างช่องคลอดบ่อยครั้ง และเป็นประจำ

6. การใช้ยาปฏิชีวินะ เป็นประจำในระยะเวลานาน

7. การมีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเอดส์( HIV ), โรคเบาหวาน และ โรคอ้วน ฯลฯ

8. การมีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน หรือ คู่นอนเป็นเชื้อรา

9. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ในหญิงตั้งครรภ์

อาการคันช่องคลอด อาจมีอาการเป็นๆ หายๆ หากรักษาแล้ว อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ซึ่งในบางรายที่ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราในช่องคลอด อาจไม่พบอาการคันช่องคลอด ก็เป็นได้ แต่อาจแสดงอาการอื่น ที่ผิดปกติร่วมได้ เช่น

– เกิดอาการแสบร้อน บวมแดง บริเวณช่องคลอด หรือปากช่องคลอด

– เกิดผื่นแดง บริเวณด้านในและด้านนอกช่องคลอด

– เกิดอาการตกขาว ที่ผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมาก ตกขาวเป็นน้ำใสมีกลิ่นคาวปลา ตกขาวมีสีปนเขียว ฯลฯ

การักษาอาการ

การรักษา ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และความรุนแรงของอาการ โดยมีวิธีทางการแพทย์ส่วนมาก จะใช้ยาในการรักษา เช่น ยาแบบทา ยาเหน็บ และการทานยา ร่วมกับการให้ความร่วมมือกับผู้ป่วย ที่ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ของการเกิดการติดเชื้อ

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย การตรวจสุขภาพประจำปี ย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญ และทุกคนควรต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้หญิง ที่มักมีปัญหาด้านสุขภาพ ที่ต้องดูแลอย่างเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการตรวจ มะเร็งปากมดลูกประจำปี ซึ่งเป็นเรื่องที่พึงต้องสนใจอย่างเป็นพิเศษ เพราะหากเพิกเฉย รอให้เกิดอาการลุกลาม ที่อาจรุนแรง ก็อาจส่งผลอันตราย ต่อสุขภาพทางด้านร่างกาย และจิตใจ ที่ยากจะแก้ไขได้

และถ้าหากเมื่อใด ที่พบว่าตนเองมีอาการคันช่องคลอด หรือพบความผิดปกติอื่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เพื่อจะได้ให้แพทย์ตรวจ หาสาเหตุที่แท้จริง และทำการรักษาได้ อย่างถูกวิธี และปลอดภัยทั้งระยะสั้น และระยะยาว