ดัชนีมวลกาย ค่า BMI 3 โครงสร้างรูปร่าง แบบไหนอันตราย

0
1024

ทราบหรือไม่ว่า จริงๆแล้ว คุณเองอาจจะไม่ได้อ้วนก็ได้ แต่นั้นเป็นเพราะ คนหลายคนมักเอารูปร่างของตนเอง ไปเปรียบเทียบกับรูปร่างของคนอื่น จึงทำให้คิดไปเองว่าอ้วน ซึ่งจริงๆแล้ว หากคุณลองวัด ดัชนีมวลกาย ของคุณดู คุณก็จะรู้ได้ว่า แท้จริงแล้ว คุณอ้วนจริงๆ หรือแค่คิดไปเอง

การประเมินตัวเอง ว่ามีรูปร่างที่สมสัดส่วน เหมาะสมแล้วหรือยังนั้น จำเป็นต้องใช้วิธีการวัด ที่ได้มาตรฐานกันทั่วโลก นั่นก็คือ ดัชนีมวลของร่างกาย หรือ Body Mass Index หรือเรียกสั้นๆ ว่า BMI ซึ่งมีสูตรดังนี้

วิธีคิด ดัชนีมวลกาย หากมีส่วนสูง 175 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม จะได้สูตรดังนี้

70 กิโลกรัม / ( 1.75 เมตร ) * 2 = 22.86 กิโลกรัม/เมตร*2

เทียบดัชนีมวลกาย

< 18.5 = ผอม

18.5 – 22.9 = สมส่วน

23 – 24.9 = น้ำหนักเกิน

25 – 29.9 = อ้วน

> 30 = อ้วนมาก

วิธีคำนวณน้ำหนัก อย่างง่าย

สูตร ส่วนสูง – น้ำหนัก

ชาย = ความสูง (เซนติเมตร) – 100

ตัวอย่าง ส่วนสูง 175 เซนติเมตร

175 – 100 = 75

ดังนั้น ค่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 75 กิโลกรัม

หญิง = (ความสูง (เซนติเมตร) – 100) – 10% (ความสูง – 100)

ตัวอย่าง ส่วนสูง 165 เซนติเมตร

= ( 165 – 100 ) – 10% ( 165 – 100 )

= 65 – 6.5

= 58.5

ดังนั้น ค่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 58.5 กิโลกรัม



โครงสร้างรูปร่าง

1. โครงสร้างสมส่วน

ใครที่มีรูปร่างสมส่วน ฟังดูแล้วอาจจะดูดี แต่หากว่าทานอาหารมากเกินพอดี ก็จะส่งผลทำให้ไขมันสะสม อยู่ทุกส่วนของร่างกาย ได้เท่าๆกัน

2. โครงสร้างแอปเปิ้ล

ใครที่มีรูปร่างแบบแอปเปิ้ล มักจะมีขนาดลำตัว และมีไขมันสะสมที่ร่างกาย ท่อนบนมากกว่าช่วงล่าง โดยเฉพาะบริเวณ ไหล่ หน้าอก และหน้าท้อง รูปร่างแบบนี้มีความเสี่ยง ที่จะเกิดเป็นโรคหัวใจ มีระดับความดันโลหิตสูง มากกว่ารูปร่างแบบอื่น

3. โครงสร้างลูกแพร์

ใครที่มีโครงสร้างแบบลูกแพร์ มักมีไขมันสะสม บริเวณลำตัวช่วงล่าง ทำให้สะโพก ก้น และต้นขามีขนาดที่ใหญ่ แต่ข้อดีคือ รูปร่างแบบนี้ ไม่เสี่ยงเป็นโรค หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ที่น่ากังวล

หากว่าเรา ดูแลสุขภาพร่างกาย เป็นอย่างดี เลือกรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ และออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ ปัญหาโรคอ้วน หรือโรคแทรกซ้อน อย่างอื่นก็จะหมดไป เพียงแค่เราใส่ใจ ดูแล รักสุขภาพให้มากขึ้น