ตาพร่ามัว เกิดจากสิ่งนี้ อันตรายเสี่ยง ตาบอด

0
147

อาการที่ใครหลายคนประสบอยู่ และอาจคาดไม่ถึงว่า ตาพร่ามัว บางสาเหตุอาจนำไปสู่ ภาวะการมองไม่เห็น หรือที่เรียกว่า ” ตาบอด ” ความเสี่ยงนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่คุณควรสังเกตุอาการ และควรรีบทำการรักษา

ตาพร่ามัว ( Blurred Vision ) คือ อาการที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน เห็นภาพหรือวัตถุเบลอ ในแต่ละรายมีอาการมัวที่แตกต่างกัน อาจเกิดขึ้นข้างเดียว หรือทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้ โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้น กับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ กับผู้ที่มีอายุน้อย ได้เช่นกัน

สาเหตุของ ตาพร่ามัว

1. อายุมาก

โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มักประสบกับปัญหาทางด้านสายตา ที่มักเกิดอาการตาพร่ามัว โดยมีสาเหตุหลักๆ เกิดจาก โรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งมีอันตรายมาก อาจทำให้ ” ตาบอด ” ได้



วิธีการรักษา : อาการนี้เราสามารถป้องกันได้ โดยควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น แสงแดด สูบบุหรี่ และการควบคุมโรคเบาหวาน และสำหรับวิธีรักษาทางการแพทย์ มีหลายวิธีซึ่งอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของจอประสาทตาที่พบ เช่น การเลเซอร์ และ การผ่าตัด ฯลฯ

2. อุบัติเหตุ

การได้รับอุบัติเหตุ ที่มีผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง ที่อาจทำให้เกิดบาดแผล และรอยถลอกบริเวณดวงตา และกระจกตา ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้

วิธีการรักษา : ควรได้รับการรักษา จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทันที โดยการรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งในแต่ละรายอาจแตกต่างกัน

3. สายตาผิดปกติ

ตาพร่ามัว

มีความผิดปกติทางด้านสายตา เช่น สายตาเอียง สายตาสั้น และสายตายาว ซึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้สายตาแบบผิดๆ เกิดจากพันธุกรรม หรือเกิดอายุมาก

วิธีการรักษา : โดยทั่วไปควรแก้ไขด้วยวิธีการสวมแว่นตา หรือใช้คอนแทคเลนส์ โดยควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อน

4. ตาแห้ง

อาการตาแห้ง เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำเกิดตาพร่ามัว เนื่องจากดวงตาขาดน้ำที่ใช้ในการหล่อเลี้ยง โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ มีความผิดปกติของต่อมน้ำตา ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย และผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์

วิธีการรักษา : ควรดื่มน้ำไม่มากเพียงพอ และใช้น้ำยาหยอดตา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์

5. โรคประจำตัว

สำหรับในบางราย ที่มีอาการตาพร่ามัว อาจมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว ที่ส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง หรือดวงตาได้รับผลกระทบ จนเกิดเป็นโรคทางดวงตาได้ เช่น

  • โรคไมเกรน อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง มีผลโดยตรงต่ออาการตาพร่ามัว
  • โรคเบาหวาน สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ อาจเสี่ยงทำให้จอประสาทตาถูกทำลาย และอาจนำไปสู่อาการ ” ตาบอด ” ได้
  • โรคหลอดเลือดสมอง มีผลกระทบตาการมองเห็น อาจทำให้เกิดตาพร่ามัวได้
  • โรคต้อหิน มีผลทำให้เส้นประสาทตาเสียหาย
  • โรคต้อกระจก สามารถทำให้เลนส์ตามัว ทำให้มองเห็นเบลอ
  • โรคเส้นประสาทตาอักเสบ
  • โรคเส้นเลือดที่จอประสาทตาอุดตัน
  • โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคต่อมไทรอยด์

วิธีการรักษา : ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งการรักษาในแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการนั้นๆ เช่น โรคต้อกระจก อาจได้รับการผ่าตัด เพื่อให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจน ฯลฯ

วิธีถนอมดวงตา

อาการตาพร่ามัว ที่ควรไปพบแพทย์ !

  • มีอาการตาพร่ามัวเฉียบพลัน ร่วมกับปวดตา
  • มีอาการปวด และเจ็บตามาก
  • รู้สึกปวดศีรษะรุนแรง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ตามีอาการแดงมากผิดปกติ
  • มีเลือดไหลออกมาจากดวงตา
  • รู้สึกมองไม่เห็นชั่วขณะ
  • เคลื่อนไหวใบหน้าไม่ได้ หรือพูดติดขัด

สิ่งสำคัญ ที่ควรสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว

แล้วคุณล่ะ เคยประสบกับอาการเหล่านี้ ขึ้นกับตัวคุณเอง บ้างหรือไม่ แล้วมีวิธีจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ? สามารถแสดงความคิดเห็นกับเราได้ ตรงด้านล่างใต้บทความค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here