11 อาหารเสี่ยงสูง ของแม่ให้ นมลูก ที่ควรระวัง

0
112

สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้ นมลูก การเลือกกินอาหารตามใจปากนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพื่อลดปัญหาที่อาจมีผลกับเด็ก มาดูอาหารที่คุณแม่อาจต้องหลีกเลี่ยงในขณะให้นมลูก แต่เราไม่ได้หมายความว่าต้องงดทานอย่างเด็ดขาดสำหรับอาหารบางชนิด แต่อาจจำกัดปริมาณในการทานให้น้อยลง

11 อาหารเสี่ยง ของแม่ให้ นมลูก

นมลูก
นมลูก

1. ถั่วลิสง

หากครอบครัวของคุณมีประวัติการแพ้ถั่วลิสง คุณควรหลีกเลี่ยงการทานจนกว่าจะหย่านม เพราะโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในถั่วลิสง สามารถผ่านเข้าไปในเต้านมและส่งต่อไปยังทารกได้

ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดความทุกข์ทรมานจากผื่น หายใจดังมีเสียงฮืด หรือลมพิษ การกินถั่วลิสงแม้แต่เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้สารก่อภูมิแพ้ผ่านเข้าไปในน้ำนมแม่ได้และอาจอยู่นานถึง 6 ชั่วโมง



การวิจัยแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้น ในการพัฒนาโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงไปตลอดชีวิต สำหรับเด็กที่สัมผัสกับถั่วลิสงตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นว่าการหลีกเลี่ยงถั่วลิสงในระหว่างการให้นมแม่ ป้องกันการแพ้ถั่วลิสงในทารก

2. กระเทียม

กลิ่นของกระเทียมก็สามารถเข้าไปในนมได้เช่นกัน เด็กบางคนชอบ แต่เด็กบางคนก็ไม่ชอบ หากคุณพบว่าลูกของคุณรู้สึกไม่สบาย ให้ตรวจดูว่ากระเทียมเป็นสาเหตุหรือไม่ ทารกบางคนอาจทำหน้าบูดบึ้ง หรือกัดนมหากพบว่ามีกลิ่นของกระเทียม

3. ข้าวโพด

การแพ้ข้าวโพดเป็นเรื่องธรรมดาในเด็กเล็กและเด็กทารก ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบาย และมีผื่น หากคุณสังเกตุเห็นว่าลูกของคุณแพ้ข้าวโพด คุณควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรทาน

4. ผลิตภัณฑ์นม

เป็นเรื่องลำบากสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก เมื่อแม่กินผลิตภัณฑ์นม ที่อาจเป็นสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่น้ำนมแม่ และทำให้ทารกเกิดอาการระคายเคือง

หากคุณสังเกตุอาการของลูก มีอาการอาเจียน ผิวหนังเกิดปัญหา มีอาการจุดเสียด และมีปัญหาการนอนหลับหลังทานนม นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องหยุดกินนมไประยะหนึ่งก่อน

เด็กที่มีอาการแพ้นมมักแสดงอาการแพ้ถั่วเหลืองด้วยเช่นกัน ควรตรวจสอบการผลิตภัณฑ์ให้แน่ใจว่าแหล่งที่มาไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ใช้ฮอร์โมนการเจริญเติบโต ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีอื่นในการผลิต

5. ข้าวสาลี

การแพ้กลูเตนเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เพราะมันอาจส่งผลให้อุจจาระเป็นเลือด วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้คือ การกำจัดมันออกไปจากอาหาร คุณแม่บางคนเลือกที่จะงดและกำจัดอาหารที่ก่อให้เกิดปัญหาที่พบบ่อยออกไป

6. ไข่

หากคนในครอบครัวมีประวัติแพ้ไข่ ควรหลีกเลี่ยงการทาน โดยสาเหตุของอาการแพ้ไข่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของความไวต่อไข่ขาว

7. ผักชีฝรั่ง และสะระแหน่

สมุนไพรสองชนิดนี้ หากทานในปริมาณที่มากมันสามารถลดปริมาณน้ำนมของแม่ลงได้ เมื่อใดก็ตามที่คุณกินสมุนไพรเหล่านี้ ควรตรวจสอบปริมาณน้ำนมของคุณ หากยังอยู่ในช่วงที่ลูกน้อยต้องการนมมาก และอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต

ในความเป็นจริง แม่มักจะดื่มชาเปปเปอร์มินท์ เมื่อพวกเขาต้องการหยุดการผลิตนมหลังจากอย่านม และสมุนไพรชนิดอื่นอาจลดปริมาณน้ำนมได้เช่นกัน

8. ปลาปรอทสูง

ปรอทจะปรากฏในน้ำนมแม่ หากคุณกินปลาและอาหารอื่นที่มีปรอทสูง ปรอทในระดับที่สูงขึ้นในน้ำนมแม่ อาจส่งผลต่อการพัฒนาการทางระบบประสาทของทารก

จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริการะบุว่า “หากสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนม บริโภคอาหารที่มีสารปรอทจำนวนมาก อาจเป็นอันตรายต่อพัฒนาการของทากรก โดยการถ่ายโอนไปยังน้ำนมแม่สู่ทารก”

9. แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์สามารถส่งผ่านจากแม่สู่ทารกด้วยน้ำนม และส่งผลต่อพัฒนาการทางระบบประสาทและสมองของเด็ก

10. กาแฟ

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟนั้น สามารถส่งผ่านไปยังทารกทางน้ำนมได้ ซึ่งทารกไม่สามารถขับถ่ายคาเฟอีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมในร่างกายของพวกเขา ทำให้เกิดการนอนไม่หลับ และการระคายเคือง

คาเฟอีนในปริมาณสูง สามารถลดระดับธาตุเหล็กในน้ำนมแม่ และลดระดับฮีโมโกลบินในทารก ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด คืองดทานหรือลดปริมาณลง

11. ช็อคโกแลต

ช็อกโกแลตอุดมไปด้วยสารที่เรียกว่า ทีโอโบรมีน ( Theobromine ) ซึ่งมีผลคล้ายกับคาเฟอีน หากคุณรู้สึกว่าลูกของคุณเกิดมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ คุณควรหลีกเลี่ยงการทานก่อน

อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นว่าคุณต้องหยุดกินอาหารเหล่านี้ทั้งหมด เพราะลูกของคุณอาจแพ้แค่อาหารบางอย่าง เมื่อใดที่พบความผิดปกติกับลูกของคุณ ควรปรึกษาแพทย์ของคุณก่อนหากต้องหลีกเลี่ยงอาหารใดๆ เพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางโภชนาการในตัวคุณ

เมื่อใดที่คุณแน่ใจว่ามีบางอย่างในอาหาร ที่มีผลต่อลูกน้อยของคุณ ให้หลีกเลี่ยงอาหารนั้นเป็นเวลา หนึ่งสัปดาห์ และดูว่ามีความแตกต่างหรือไม่

และควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารแปรรูป ที่มีสารกันบูด และสารเติมแต่งที่ไม่ดีต่อลูกของคุณ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และอาหารที่มีไขมันทรานส์ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคอ้วน