นมแม่ กินอย่างไรจึงจะดีที่สุด 7 เคล็ดลับปั๊มนมแม่

0
646

นมแม่ เป็นน้ำนมที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และประโยชน์สูงมากที่สุด สำหรับทารกแรกเกิด หากเทียบกับนมชนิดอื่น จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่คุณแม่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ กับการกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอ ต่อความต้องการของลูกรัก

เด็กแรกเกิดมีความต้องการน้ำนม ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็กแต่ละคน เท่ากับว่า หากลูกรักมีน้ำหนักตัว 4 กิโลกรัม ปริมาณน้ำนมที่ต้องการในแต่ละวัน จะเท่ากับ 4 x 150 / 30 = 20 ออนซ์/วัน (เพิ่มหรือลดได้ไม่เกิน 4 ออนซ์) และควรแบ่งเป็นประมาณ 6 – 8 มื้อนม/วัน

นมแม่
นมแม่

นมแม่ กินอย่างไรจึงจะดีที่สุด ?

– เด็กควรดื่มนมแม่ ตั้งแต่วัยแรกเกิด ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยประมาณ 3 – 6 เดือน แต่หากคุณแม่สามารถให้ลูกดื่มนมแม่ ได้นานเป็นปี ก็จะยิ่งดีที่สุดต่อลูกรัก โดยคุณแม่ส่วนมากในยุคปัจจุบัน มักนิยมปั๊มนมเก็บไว้ ให้ลูกดื่มได้นานเป็นปีๆ เนื่องจากยุคที่มีตัวช่วย อย่างเครื่องปั๊มนม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและรวดเร็ว และตู้แช่ที่สามารถเก็บน้ำนมแม่ไว้ได้นาน เพียงพอสำหรับความต้องการของลูกรัก

– คุณแม่ควรให้ทารกแรกเกิด ดูดนมจากเต้าให้บ่อยทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำนม ให้มีมากเพียงพอ อีกทั้งยังช่วยลดอาการคัดเจ็บเต้านม ของคุณแม่อีกด้วย

– เมื่อเด็กทารกอายุครบ 1 เดือน จะเริ่มกินนมในช่วงเวลาห่างขึ้น เป็นทุกๆ 3 – 4 ชั่วโมง และพออายุครบ 3 เดือน จะเริ่มกินนมน้อยลง และมีระยะเวลาห่างขึ้น โดยเฉพาะในมื้อดึก

– สำหรับเด็กทารกแรกเกิด ควรต้องเลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียว จึงจะดีที่สุด ควรให้ดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด หรือภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด

– โดยปกติเด็กทารกส่วนใหญ่ จะใช้เวลาในการกินนม อย่างน้อยประมาณ 15 นาที แล้วจึงจะเริ่มอิ่ม โดยมักดูดนมหมดเต้าแรก ในเวลาประมาณ 5 – 7 นาที

7 เคล็ดลับปั๊มนมแม่

1. หาตัวช่วย

การมีตัวช่วยที่ดีอย่างเช่น เครื่องปั๊มนมที่มีคุณสมบัติที่ดี และมีคุณภาพ จะสามารถช่วยเพิ่มความรวดเร็ว และการใช้แรงบีบอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำนมตามที่ต้องการ

2. ความรวดเร็ว

การปั๊มนมให้รวดเร็ว และไวที่สุด โดยการปั๊มทันทีหลังคลอดบุตร เพื่อช่วยกระตุ้นให้น้ำนม เพิ่มมากขึ้น



3. ปั๊มในช่วงเช้า

การปั๊มนมในช่วงเช้า เวลาประมาณ 5 – 6 โมงเช้า ให้มากที่สุด จะดีอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกาย กำลังผลิตน้ำนมได้มาก

4. มีวินัย

การฝึกปั๊มนมอย่างมีวินัย จะเป็นผลดีที่สุด ควรปั๊มอย่างน้อยประมาณ 8 – 10 ครั้งต่อวัน หรืออาจเท่ากับจำนวนครั้งที่ลูกดูดนมต่อวัน โดยอาจจัดตาราง กำหนดเวลา การปั๊มให้สม่ำเสมอเป็นประจำ โดยสามารถปั๊มนมได้ที่ละข้าง หรือปั๊มพร้อมกันทั้ง 2 ข้างก็ได้

5. อย่าเครียด

คุณแม่ไม่ควรเครียด หากน้ำนมไหลช้า หรือมีน้อย หรือสำหรับคุณแม่บางราย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปั๊มนม เช่น หัวนมแตก คัด หรือเจ็บ ก็ไม่ควรเครียดและกังวลมากเกินไป เนื่องจากความเครียด และความกังวล อาจส่งผลโดยตรง ต่อการผลิตน้ำนมของคุณแม่

6. เกลี้ยงเต้า

ทุกครั้งที่มีการปั๊มนม คุณแม่ควรปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้าทุกครั้ง เพราะหากปั๊มไม่เกลี้ยงเต้า จะส่งผลทำให้เต้านมคัด และมีอาการเจ็บปวดได้ง่าย

7. ปั๊มนม 15 นาที

คุณแม่ควรปั๊มนม เป็นระยะเวลาประมาณ 15 นาทีขึ้นไป ในช่วงของเด็กแรกเกิดจนถึง 2 เดือน หากเด็กอายุครบ 3 เดือน สามารถเพิ่มเวลาในการปั๊มนม เป็นระยะเวลาประมาณ 20 – 30 นาที หากเริ่มปั๊มนมแต่น้ำนมยังไม่มา อย่าเพิ่งเลิกปั๊ม หรือล้มเลิกการปั๊มนมไป เพราะการปั๊มนมเปรียบเหมือน การดูดนมของลูก ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมให้เพิ่มมากขึ้น

หากคุณแม่รายใด ที่อาจมีปัญหาเกิดขึ้นกับเต้านม และน้ำนม ก็ไม่ควรท้อและหมดกำลังใจ เพราะหากคุณแม่ท้อ หมดกำลังใจไปก่อน ลูกรักก็จะยิ่งแย่กว่า ทางที่ดีที่สุด หากเมื่อใดที่พบปัญหาเกิดขึ้น ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำ และหาทางออกที่ดีที่สุด สำหรับคุณแม่และลูกรัก

< บทความที่เกี่ยวข้อง >
Advertisement