นิ้วล็อค คืออะไร อาการ วิธีรักษา ควรป้องกันยังไง

0
447

นิ้วล็อค ( Trigger fingers )โรคยอดฮิตของคนในยุคนี้ พบได้มากในบุคคลทั่วไป มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเริ่มทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้งานของมือหรือนิ้วมือ ในกิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคล ที่ไม่มีความพอดี ทำให้ส่งผลกระทบต่อเอ็นกล้ามเนื้อ บริเวณนิ้วมือ

นิ้วล็อค หรือ โรคนิ้วล็อค คือ อาการผิดปกติของเอ็นกล้ามเนื้อ ที่เกิดการอักเสบหนาตัวขึ้น ของปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณนิ้วมือ ทำให้ไม่สามารถยืดหดได้ตามปกติ ส่งผลทำให้นิ้วล็อค โดยนิ้วเกิดการงอ ไม่สามารถเหยียดตรงได้ สามารถเกิดขึ้นได้กับนิ้วทุกนิ้ว อาจเกิดขึ้นพร้อมกันหลายนิ้ว หรือนิ้วเดียวก็ได้ อาการจะแสดงได้ชัด เมื่อพยายามยืดนิ้วให้ตรง โดยโรคนิ้วล็อค เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรง ไม่ใช่โรคติดต่อ เป็นโรคที่สามารถป้องกัน และรักษาให้หายได้

นิ้วล็อค
โรคนิ้วล็อค

อาการของ นิ้วล็อค

– นิ้วเกิดอาการแข็ง รู้สึกตึง

– รู้สึกเหมือนมีบางอย่างนูนขึ้น บริเวณโคนของนิ้วที่เกิดอาการล็อค

– นิ้วงอ ไม่สามารถยืดตรงได้ หากพยายามยืดนิ้ว จะรู้สึกมีเสียงดังกึก หรือสะดุดจนรู้สึกได้

– มีอาการปวดบริเวณโคนข้อนิ้วมือ มีอาการปวดมาก เมื่อขยับนิ้วมือ กำมือ งอนิ้ว หรือเยียดนิ้วมือ

– มีอาการเกร็ง เมื่อเหยียดนิ้วมือให้ตรง

– ในบางรายหากเหยียดนิ้วตรงแล้ว อาจไม่สามารถงอนิ้วได้

– ในบางรายอาจมีอาการบวม หรืออักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงอาการนิ้วล็อค

– ผู้ที่ใช้มือทำงานหนัก ต้องแบกรับน้ำหนัก ติดต่อกันเป็นเวลานาน และบ่อยครั้ง เช่น ยกของ ถือของ แบกของ ฯลฯ

– ผู้ที่ใช้มือทำงานออกแรงกด ลงน้ำหนักมาก ซ้ำๆ บ่อยครั้ง เช่น งานช่าง ชาวสวน ชาวไร่ พนักงานโรงงาน พนักงานนวดแผนไทย ช่างทำผม และพนักงานรีดผ้า ฯลฯ



– ผู้ที่ทำงานโดยต้องงอ หรือหดนิ้วเป็นประจำ ในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น พนักงานคอมพิวเตอร์ พนักงานบัญชี ฯลฯ

– ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคเกาต์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคอะไมลอยด์โดซิส ฯลฯ

การป้องกัน หรือวืธีรักษานิ้วล็อค

– แช่มือในน้ำอุ่นประมาณ 5 – 10 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการ เป็นประจำสม่ำเสมอ

– หยุดพักการใช้มือทำงานหนักบ้าง

– เคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนท่าให้บ่อยขึ้น อย่าให้นิ้วงอหรือหด ในท่าเดิมเป็นเวลานาน

– นวดมือและนิ้วเบาๆ อย่างน้อย 5 – 10 นาที เป็นประจำ

ออกกำลังกาย ที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณแขน มือและนิ้ว อย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำ

– พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีวิธีที่แตกต่างกันในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับอาการ โดยวิธีการใช้ยา หรือการผ่าตัด

แม้ว่านิ้วล็อค จะไม่ได้เป็นโรคติดต่อ หรือมีความรุนแรงมาก แต่หากพบว่าอาการนิ้วล็อค เกิดขึ้นเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ก็ควรรีบทำการรักษาโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ และหากพบว่าตนเอง อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ของการเกิดอาการนิ้วล็อค ก็ควรหาวิธีป้องกัน จึงจะดีที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here