น้ำยาบ้วนปาก ส่งผลอย่างไร หากใช้ผิดเวลา

0
50

น้ำยาบ้วนปาก ที่เราเชื่อกันว่าเป็นตัวช่วยขจัดและต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุหลักของกลิ่นปาก แต่ล่าสุดมีงานวิจัยพบว่า การใช้น้ำยาบ้วนปากในบางเวลา อาจจะเป็นการทำลายจุลินทรีย์ที่สำคัญ ที่มีผลกระทบกับความดันโลหิต

แบคทีเรียในช่องปากของเรา มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ จากการวิเคราะห์จุลินทรีย์ในช่องปาก ของคนหลายหมื่นคนพบว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเหงือก และมีความเสี่ยงสูงต่อโรคมะเร็งหลอดอาหาร

การศึกษาอื่นๆ เปิดเผยว่าแบคทีเรียในช่องปากสามารถเร่งการเจริญเติบโตของเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ และแสดงให้เห็นว่าสามารถทำให้สุขภาพทางเดินหายใจแย่ลง และงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่ามีความเชื่อมโยงโรคเหงือกกับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่สูงขึ้น

แต่งานวิจัยล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพลีมัธของสหราชอาณาจักร ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบาร์เซโลนาของสเปน เผยการศึกษาล่าสุดในวารสาร ” การแพทย์และชีววิทยาอนุมูลอิสระ ” โดยระบุว่าแบคทีเรียบางชนิดในช่องปาก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการนำส่งออกซิเจนสู่กล้ามเนื้อ รวมถึงควบคุมกลไกของหลอดเลือด ที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงหลังจากออกกำลังกาย



เพื่อค้นหาคำตอบ ทีมวิจัย ขอให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี 23 คน มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายแบบเฉียบพลันสองครั้ง ผู้เข้าร่วมวิ่งบนลู่วิ่งเป็นเวลา 30 นาที แล้วให้ใช้น้ำยาบ้วนปากทันที หลังจากออกกำลังกายเสร็จ

หลังจากนั้นนักวิจัยตรวจสอบความดันโลหิตของผู้เข้าร่วมเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังออกกำลังกาย กลุ่มที่บ้วนปากด้วยน้ำยาหลอกยังคงมีความดันโลหิตในระดับต่ำ ซึ่งเป็นผลที่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่อีกกลุ่มที่ใช้น้ำยาบ้วนปาก ไม่มีสัญญาณของความดันโลหิตต่ำ

ทีมผู้วิจัยอธิบายว่า ” หลอดเลือดของคนเราจะขยายตัวขึ้นเมื่อออกกำลังกาย เนื่องจากมีการผลิตสารไนตริกออกไซด์(NO) ออกมา โดยจะสลายตัวกลายเป็นไนเตรต ขณะที่ร่างกายเข้าสู่ช่วงพักฟื้น “

แบคทีเรียบางชนิดในช่องปาก มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนไนเตรตในน้ำลายให้กลายเป็นไนไตรต์ โดยมันจะถูกกลืนและกลับเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อคงการขายตัวของหลอดเลือด ซึ่งมีผลดีต่อระดับความดันโลหิต

แต่การใช้น้ำยาบ้วนปาก หลังจากการออกกำลังกายทันที จะไปกำจัดแบคทีเรียชนิดดี และขัดขวางไม่ให้กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น เท่ากับว่าการออกกำลังกายไม่มีประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็น