ทำไมต้องดื่ม น้ำแร่ แล้วชนิดไหนเหมาะกับคุณ

0
97

ความสนใจในการเลือกใช้ น้ำแร่ เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อสุขภาพร่างกาย และมีฤทธิ์ช่วยในการบำบัดโรค แต่ก่อนที่คุณจะเลือกบริโภคน้ำแร่ ควรรู้ไว้ว่าน้ำแร่มีหลายชนิด ที่ควรเลือกให้เหมาะกับร่างกายของคุณด้วย

น้ำแร่ ชนิดไหนเหมาะกับคุณ ?

น้ำแร่
น้ำแร่

1. น้ำแร่ซัลเฟอร์ และน้ำตาล ( Sulfurous and bicarbonate waters )

  • ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยจะลดระดับไบคาร์บอเนต อาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และช่วยลดความต้องการอินซูลิน นอกจากนี้น้ำแร่ไบคาร์บอเนต ยังช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ด้วย

2. น้ำแร่ซัลเฟต – ไบคาร์บอเนต ( Sulfate – bicarbonate waters )

  • เหมาะกับผู้ที่มีภาวะที่การทำงานของถุงน้ำดีผิดปกติ นิ่วในถุงน้ำดี และหลังผ่าตัดถุงน้ำดี

3. น้ำแร่แคลเซียม ( Calcium water )



  • เป็นน้ำแร่ที่มีปริมาณแคลเซียมมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นน้ำแร่ที่มีปริมาณแคลเซียมมาก มีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการแคลเซียมในปริมาณมากกว่าคนปกติ เช่น ผู้สูงอายุ สตรีวัยหมดประจำเดือน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก และมีการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า แคลเซียมอาจช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้ ( น้ำแร่ที่มีแคลเซียมสูง เช่น ยี่ห้อ Evian, Badoit )

4. น้ำแร่ซัลเฟต ( sulfate water )

  • มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง เนื่องจากน้ำแร่ซัลเฟตมีผลแรงดันออสโมติคและช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนซีซีเค ( CCK ) เนื่องจากซัลเฟตมีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ โดยมีปริมาณซัลเฟตมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ( น้ำแร่ซัลเฟต เช่น ยี่ห้อ Pi water )

5. น้ำแร่ไบคาร์บอเนต ( Bicarbonate water )

  • มีปริมาณไบคาร์บอเนตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อลิตร น้ำแร่ชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะ ไปยังลำไส้เล็กให้เร็วขึ้น กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในกระเพาะอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย ควรดื่มน้ำแร่ชนิดนี้ประมาณ 500 – 700 มิลลิลิตร ก่อนออกกำลังกาย หรือต้องทำงานเสียเหงื่อมาก เนื่องจากจะช่วยในการลดภาวะเลือดเป็นกรด ( น้ำแร่ไบคาร์บอเนต เช่น ยี่ห้อ Fiji, Volvic, Snowy mountain )

6. น้ำแร่ซัลเฟอร์, หรือเกลือ – ไอโอดีน, เกลือ – ไบรมีน – ไอโอดีน ( Sulfurous, salt-iodine, salt-bromine-iodine waters )

  • ส่วนใหญ่ใช้กับอวัยวะร่างกายภายนอก เช่น การอาบ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการอักเสบของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง และช่วยบรรเทาอาการทางผิวหนังบางชนิด

ใครไม่ควรดื่มน้ำแร่ ?

  • ผู้ที่บวมน้ำ ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่มีการทำงานของหัวใจไม่ดี ไม่ควรดื่มน้ำแร่ทุกชนิด
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ไม่ควรดื่มน้ำแร่ที่มีปริมาณโซเดียมสูง
  • ผู้ที่มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก มีแผลในกระเพาะอาหาร และความดันโลหิตสูง ไม่ควรดื่มน้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์
  • ผู้ที่มีโรคทางระบบทางเดินหายใจ และมีภาวะหลอดลมหดเกร็ง ไม่ควรดื่มน้ำแร่ซัลเฟอร์
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะ gastric hypochilia ไม่ควรดื่มน้ำแร่ไบคาร์บอเนต
  • ผู้ที่มีโรคและมีแผลเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ไม่ควรดื่มน้ำแร่ซัลเฟต

สังเกตุเห็นได้ว่าน้ำแร่แต่ละชนิด มีคุณสมบัติและการใช้ที่แตกต่างกัน และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำแร่ เพื่อความปลอดภัยกับสุขภาพร่างกาย ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณ และควรดื่มในปริมาณที่พอดี สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ของคุณก่อน