ปวดหู 7 สาเหตุ อาการ เสี่ยงอันตราย ที่ควรระวัง

0
790

การได้ยินเสียงต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ สำหรับมนุษย์ทุกคน โดยการได้ยินและรับเสียง โดยผ่านรูหู ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า หูนั้นเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ควรต้องดูแลอย่างเป็นพิเศษ และถูกวิธี เพราะหากว่าเมื่อใด เริ่มมีอาการ ปวดหู นั่นกำลังเป็นสัญญาณเตือน บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่าง ที่กำลังเกิดขึ้นกับหู

เพราะรูหูนอกจากจะทำให้เรา ได้ยินเสียงต่างๆแล้วนั้น หูยังมีหน้าที่ในการ รักษาสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยในการทรงตัว และทุกส่วนของหู จะทำงานอย่างเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การรับคลื่นเสียงจากใบหู ที่อยู่ส่วนนอกสุด ไปยังหูส่วนในสุด แล้วส่งข้อมูลไปยังสมอง เพื่อให้สมองแปลงเป็นข้อมูล

 

สาเหตุของอาการ ปวดหู

1. ฝีในหู

มักมีอาการปวดหูมาก และจะปวดเฉพาะข้างที่มีฝี ในบางรายอาจปวดข้างเดียว หรือสองข้าง มีอาการคันหู บวมแดง ร้อน หูอื้อ มีเสียงในหู มีไข้ และหากฝีแตก จะมีหนองกลิ่นเหม็น มีน้ำใสๆ ไหลออกจากรูหู โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก เชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อรา

2. น้ำในหูไม่เท่ากัน

มักมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เหงื่อออก ทรงตัวไม่ได้ คลื่นไส้ ได้ยินไม่ชัด และมักมีอาการหูอื้อ รู้สึกหนักหรือหน่วงในหู โดยเกิดจาก ปริมาณของเหลวในหูส่วนใน มีมากกว่าปกติ ส่วนที่มาของสาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด

3. หูอักเสบ

อาการหูอักเสบ ของเยื่อแก้วหู และหูชั้นกลาง มักมีอาการรู้สึกหูอื้อ ปวดหู ในบางรายหากมีอาการรุนแรง อาจมีของเหลว หรือน้ำหนองไหลออกมา โดยส่วนใหญ่เกิดจาก แรงกดอากาศ ใช้ของแข็งแคะหู หรือเกิดจากการอักเสบ ที่เชื่อมโยงกับการติดเชื้อ บริเวณโพรงจมูกกับคอหอย เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ ฯลฯ



4. เชื้อราในหู

อาการที่แสดง มักมีอาการคันหูมาก ปวดหู หูอื้อ และมักมีขุยสีขาว บริเวณช่องหู สาเหตุส่วนใหญ่ มักพบกับผู้ที่มักชอบว่ายน้ำ หรือ ใช้ของแข็งแคะหู

5. หูอุดตัน

มักมีอาการปวดหู หูอื้อ หรือรบกวนการได้ยิน โดยมักเกิดจาก มีสิ่งแปลกปลอมเข้าหู เช่น แมลง หรือสำลีที่หลุดขณะใช้ก้านสำลีแคะหู และก้อนขี้หูอุดตัน ซึ่งหากพบว่าตนเอง มีอาการดังกล่าว ก็ไม่ควรใช้ของแข็งแคะหู แต่ควรใช้ น้ำมันมะกอก หยดลงในรูหู ทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วค่อยเอียงหู ให้น้ำมันมะกอกไหลออก แล้วจึงใช้สำลี หรือผ้านิ่มๆ เขี่ยออก อย่างระมัดระวัง

6. ส่วนใกล้เคียงอื่นๆ

อาการปวดหู ในบางรายมักเกิดจาก อาการเจ็บปวด ของส่วนที่เชื่อมโยง หรือใกล้กับบริเวณของหู เช่น อาการปวดฟัน แผลในช่องปาก ขากรรไกรอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้ปวดร้าว และส่งผลกระทบมายัง บริเวณของหูได้

7. โรคบางชนิด

ในบางรายที่พบว่า มีอาการปวดหู ที่เชื่อมโยงมาจาก การเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคงูสวัด โรคหวัด โรคภูมิแพ้ และโรคมะเร็ง ฯลฯ

การดูแลสุขภาพหู ด้วยตนเอง

– ควรนอนในท่าที่ไม่กดทับ บริเวณหู

– ควรล้างหู และทำความสะอาดหู ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำขิง น้ำกระเทียม น้ำมันงา และน้ำชา

– ควรออกกำลังกาย หรือยืดเส้นส่วนคอและไหล่เบาๆ

– ใช้การประคบเย็น หรือประคบร้อน เมื่อมีอาการปวดหู

หากเมื่อใด ที่พบว่าตนเอง มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับหู ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อจะได้รักษาอย่างถูกวิธี และดีที่สุด สำหรับสุขภาพของคุณ และที่สำคัญ ควรดูแลหูอย่างดี ไม่ควรใช้ของแข็งแคะเข้าไป ในรูหู หากต้องการทำความสะอาด ให้ใช้สำลีเช็ดแค่บริเวณด้านนอก ก็เพียงพอแล้ว และควรระมัดระวัง อย่าให้สิ่งแปลกปลอม เข้าในรูหู