พาร์กินสัน 9 อาการเสี่ยง เตือนพฤติกรรม น่าเป็นห่วง ควรรู้

0
898

ทราบหรือไม่ว่า พฤติกรรม และอาการบางอย่าง ที่ใครหลายคน กำลังประสบ หรือเป็นอยู่ โดยอาจคิดว่า เป็นเรื่องปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน ของอาการเริ่มต้น ของโรค พาร์กินสัน ก็เป็นไปได้ หากว่าคุณมีพฤติกรรมเสี่ยง เพราะในบางราย ในช่วงต้น อาจจะไม่แสดงอาการเลย หรือ แสดงแต่ไม่บ่อยมากนัก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่คุณควรสังเกตุ พฤติกรรม และอาการ ที่ผิดปกติบางอย่าง ในร่างกายคุณ เพื่อจะได้หาวิธีป้องกัน ไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ก่อนเกิดการลุกลาม ที่ยากต่อการแก้ไข

พาร์กินสัน เป็นอาการผิดปกติ ของระบบประสาทและสมอง ซึ่งเซลล์สมองส่วนกลาง ถูกทำลายลง โดยส่วนใหญ่ อาการนี้ มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ในบางราย อาจแสดงอาการ ก่อนอายุ 60 ปี ซึ่งทางการแพทย์ ยังไม่สามารถ ระบุที่มาของสาเหตุ ได้อย่างแน่ชัด ว่าอาการนี้ มีสาเหตุจากอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ โรคนี้ สามารถเกิดขั้นได้ กับทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ

อาการของ พาร์กินสัน

1. มีอาการสั่น ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือสั่น ขาสั่น ปากสั่น ฯลฯ จะมีอาการสั่นมาก และ สังเกตุเห็นได้ชัด ขณะที่หยุดนิ่ง

2. มีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในบางราย มีอาการเกร็งมาก จนทำให้มีอาการ ปวดบริเวณที่เกร็ง

3. มีความผิดปกติ ทางด้านการเคลื่อนไหว เช่น เดินช้า ยกแขนช้า กินข้าวช้า และอาจพูดช้าลง ฯลฯ

4. มีอาการซึมเศร้า หรือ เป็นโรคซึมเศร้า

5. มีพฤติกรรม ชอบย้ำคิดย้ำทำ มีความวิตกกังวล กระวนกระวาย

6. มีปัญหา เรื่องระบบขับถ่าย ระบบลำไส้ ทำงานผิดปกติ จึงมักมีอาการท้องผูก

7. มีอาการหลงลืมง่าย ไม่มีสมาธิ และอาจมีความเสี่ยงเป็น โรคอัลไซเมอร์ ได้

8. นอนหลับยาก นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นบ่อยในเวลากลางคืน

9. ในบางราย อาจมีอาการทางจิต หรือ เป็นโรคจิต



ปัจจัยเสี่ยงโรค พาร์กินสัน

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะยังไม่สามารถ บอกได้ถึงสาเหตุที่แท้จริง ของการเกิด โรคพาร์กินสัน แต่มีการศึกษาพบว่า อาจมีปัจจัยเสี่ยง มาจากสภาพแวดล้อม ที่อาศัยอยู่ เช่นอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีบางชนิด สารพิษ ที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ประสาท รวมไปถึง อาหารการกิน น้ำดื่ม หรือ ในบางราย อาจเกิดจากพันธุ์กรรม รวมไปถึง เคยประสบอุบัติเหตุ และอาจเกิดจาก ยารักษาโรคบางชนิด

วิธีการรักษา และป้องกัน

โรคพาร์กินสัน แม้ว่าจะเป็นโรค ที่ไม่สามารถป้องกัน หรือ รักษาให้หายขาดได้ แต่ทางการแพทย์ ก็มีวิธีการ ที่ช่วยบรรเทา และลดความเสี่ยง ของการลุมลาม ของอาการได้ และ ผู้ป่วยเอง ก็สามารถให้ความร่วมมือ โดยการออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ และควรเลือกรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทีี่อาจส่งผลกระทบ ในระยะยาวได้

หากพบว่า ตนเองหรือบุคคลใกล้ตัว มีอาการน่าสงสัย คล้ายกับอาการของ โรคพาร์กินสัน ก็ควรรีบ ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อขอคำแนะนำ และรักษาอาการจากแพทย์ เพื่อป้องกัน ผลกระทบต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อ การดำเนินชีวิต และอาจนำไปสู่ ภาวะแทรกซ้อน ที่อาจตามมาได้