มลพิษทางอากาศ ภัยคุมคามสมอง ทำลายความจำ

0
65

หากว่าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาว จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องดูแลตัวเองและหลีกเลี่ยง ตัวทำลายสุขภาพอย่าง มลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นภัยคุมคามโดยที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง ดังนั้นการหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะภัยคุมคามเหล่านี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและสมอง

การหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ รวมไปถึงมลภาวะกลุ่มเสี่ยง เช่น ควันรถยนต์ตามท้องถนน และควันบุหรี่จากคนอื่นสูบ ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากมลพิษดังกล่าว เป็นปัญหาที่รุนแรง และแพร่กระจายไปทั่วโลก และจะทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลทำให้อายุขัยของผู้คนสั้นลง

มลพิษทางอากาศ
มลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศ ภัยคุมคามสมอง ทำลายความจำ ?

จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า บุคคลที่มักได้รับควันบุหรี่ จากการสูบของผู้อื่น มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคความจำเสื่อม มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันเป็นตัวทำลายสมอง และลบความจำชั้นดี

ทราบหรือไม่ว่า สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในทุก 20 คน มีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมอยู่ 1 คน ส่วนผู้ที่มีอายุ 80 ปี จะมีโอกาสเป็น 1 ใน 5 คน และผู้ที่อายุมากกว่า 95 ปี จะมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม 1 ใน 2 คน

โรคสมองเสื่อม เป็นเหตุทำให้อายุสั้นลง และเป็นโรคที่ถูกมองว่า เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนได้ โดยมีการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกเพียง 5 – 9 ปี หลังจากเริ่มเกิดอาการของโรค



และนอกจากมลพิษทางอากาศแล้ว บุคคลที่มีความเสี่ยง เป็นโรคสมองเสื่อมสูงถึง 20 – 40 เปอร์เซ็นต์ คือ บุคคลที่มีคอเลสเตอรอลสูง ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน รวมไปถึง ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่เป็นประจำ

ป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างไร ?

– หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ โดยการป้องกันจากการสวมใส่ผ้าปิดจมูก แว่นตา เสื้อผ้าคลุม ทุกครั้งที่ต้องออกไปเผชิญกับมลพิษเหล่านั้น

– ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีควันบุหรี่ หรือไม่ควรอยู่ใกล้กับผู้ที่กำลังสูบบุหรี่

– ควรฝึกทักษะในการใช้สมอง ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

– ควรเลือกรับประทานอาหาร ที่มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ที่ช่วยทำให้ความจำดี เช่น บร็อคโคลี่ ปลาแซลมอน และบลูเบอร์รี่ ฯลฯ เป็นต้น

การลดความเสี่ยง และการป้องกันภาวะสมองเสื่อม เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่กำลังเริ่มทำลายสมองและระบบประสาท ไปทีละนิด โดยที่เราเองไม่ทันได้ระวัง ดังนั้นเมื่อรู้ถึงสาเหตุ ของอันตรายที่จะตามมาแล้ว ก็ควรหาวิธีป้องกัน หรือพยายามหลีกเลี่ยง สาเหตุดังกล่าว ให้ได้อย่างดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อประโยชน์และผลที่ดี ต่อสุขภาพร่างกายของเราเอง

( ขอขอบคุณ : แหล่งข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ “The long life equation” )