ลดพุง โรคอ้วนลงพุงอันตรายยังไง วิธีลดพุง รีบเช็คด่วน

0
87
ลดพุง
ลดพุง
Advertisement

ลดพุง ไม่ใช่เรื่องยาก โรคอ้วนลงพุง ปัญหาใหญ่ของผู้ที่มีไขมันสะสม บริเวณช่องท้องมากเกินไป ทราบหรือไม่ว่าอ้วนลงพุง ปัญหาใหญ่ที่คุณไม่ควรละเลย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ มันจะแตกตัว กลายเป็นกรดไขมันอิสระ แล้วเข้าสู่ตับ ซึ่งส่งผลทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ ได้ไม่ดี จึงส่งผลทำให้ เกิดเป็นโรคอ้วนลงพุง

อ้วนลงพุง เป็นสาเหตุหลัก ของการเกิดโรคเรื้องรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น และยังมีการศึกษาพบว่า พุงยิ่งใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งทำให้คุณเสียชีวิตได้เร็วเท่านั้น โดยรอบพุงที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ซม. ทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดเป็น โรคเบาหวานได้ถึง 3 – 5 เท่าเลยทีเดียว

หากไม่ ลดพุง อันตรายต่อสุขภาพอย่างไร?

1.มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1 – 2 เท่า ต่อสุขภาพ ดังนี้

– เสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งลำไส้ เต้านม และมดลูก

– เสี่ยงต่อการมีบุตรยาก

– ส่งผลทำให้ฮอร์โมนระบบสืบพันธ์ผิดปกติ

– หากหญิงตั้งครรภ์ จะส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติ ต่อทารกในครรภ์

– เสี่ยงต่อผลแทรกซ้อน จากการดมยาสลบ

2.มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2 – 3 เท่า ต่อสุขภาพ ดังนี้

– ส่งผลทำให้ข้อเสื่อมก่อนวัย โดยเฉพาะบริเวณเข่า และสะโพก

– ส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูง

– ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

– ทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด

– ส่งผลให้เป็นโรคเก๊าท์ (กรดยูริกในเลือดสูง)

3.มีความเสี่ยงมากกว่า 3 เท่า

– ทำให้หายใจขัด

– เป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ

– เป็นโรคเบาหวาน

– ก่อเกิดโรคของถุงน้ำดี

– ไขมันในเลือดผิดปกติ

วิธีลด โรคอ้วนลงพุง

1.ควรบริโภคไขมัน น้ำตาล โซเดียม ในปริมาณที่พอดี

– ไขมัน ไม่ควรมากกว่า 30 กรัม/วัน

– น้ำมัน เด็ก ไม่ควรเกิน 4 ช้อนชา , ผู้ใหญ่ ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา

– โซเดียม ไม่ควรเกิน 2,300/วัน

2.ควรปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหาร

– ควรเลือกทานข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต แทนข้าวขัดสี

– ควรเลือกทานผักสด ผักนึ่ง ผักลวก หรือผักตระกูลกะหล่ำ

– ควรเปลี่ยนมาทานเนื้อปลา ไข่ขาว ถั่วแดง มากกว่าเนื้อเนื้อวัว หรือเนื้อหมูที่ติดมัน

– เลือกดื่มนมที่ปราศจากไขมัน นมรสจืด หรือนมถั่วเหลืองหวานน้อย

– หากจำเป็นต้องทานน้ำสลัด ควรเลือกน้ำสลัดชนิดไร้ไขมัน หรือชนิดไขมันต่ำไม่ควรเกิน 3 ช้อนชา/วัน

– ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 8-10 แก้ว/วัน และไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ หรือน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำตาล

– ควรหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป

– ควรเลือกกินอาหารประเภท ต้ม นึ่ง ตุ๋น ลวก

– ควรงดทานอาหารที่มีความมัน หวาน เค็ม

3.ควรออกกำลังกาย วันละ 30 – 60 นาที และอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์

4.ควรควบคุมควบความรู้สึก และอารมณ์ในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงสถานที่ ที่ขายขนม หรือ สิ่งที่กระตุ้นให้หิว

5.ควรควบคุมแคลลอรี่ในอาหาร ต่อวัน

– ผู้ใช้แรงงาน = 2,400 kcal/วัน

– วัยรุ่น = 2,000 kcal/วัน

– ชายวัยทำงาน = 2,000 kcal/วัน

– หญิงวัยทำงาน = 1,600 kcal/วัน

– ผู้สูงอายุ = 1,600 kcal/วัน

– เด็กอายุ 6-13ปี = 1,600 kcal/วัน

เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะอ้วน

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ดัชนีมวลกาย = น้ำหนัก(กิโลกรัม) / ส่วนสูงยกกำลัง 2 (เมตร)

– ปกติ อยู่ระหว่าง 18.5 – 24.9 กิโลกรัม / ตารางเมตร

– ผอม หรือ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน < 18.5 กิโลกรัม / ตารางเมตร

– น้ำหนักเกิน มีค่าระหว่าง 25 – 29.9 กิโลกรัม / ตารางเมตร

– เป็นโรคอ้วน มีค่าตั้งแต่ 30 กิโลกรัม / ตารางเมตร

กิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน ได้ถึง 150 กิโลแคลลอรี่ มีดังนี้

1.การเดิน 3.2 กม. เป็นเวลา 30-45 นาที

2.การเดินขึ้นลงบันได 15 นาที

3.การเล่นกีฬาฟุตบอล วอลเลห์บอล บาสเกตบอล เป็นเวลา 30-45 นาที

4.การปั่นจักรยาน 30-40 นาที

5.กระโดดเชือก 15 นาที

6.ถูพื้น 45-60 นาที

7.ล้างรถยนต์ 40-60 นาที

หากว่าคุณสำรวจ และตรวจสอบตัวเองแล้วว่า คุณเป็นโรคอ้วนลงพุง ก็ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันที เพราะถ้าหากช้าไป คุณอาจจะพบกับภาวะแทรกซ้อน หรือเป็นโรคร้ายบางประเภทไปแล้ว ที่สำคัญอย่าละเลย ว่าโรคอ้วนลงพุงเป็นเรื่องไม่สำคัญ เพราะว่ามันสำคัญมาก สำหรับชีวิตเลยทีเดียว

Advertisement