7 สิ่งนี้เกิดขึ้น เมื่อคุณเลือกกิน หัวหอม เป็นประจำ

0
161

หัวหอม แหล่งรวมของวิตามิน และแร่ธาตุ ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่ได้รับการยอมรับ มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเชื่อว่ามันสามารถช่วยรักษาโรคหัวใจ อาการปวดหัว และแผลในปาก

เนื่องจากวิตามินซีที่สูงเป็นพิเศษ จึงมีส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุมสุขภาพภูมิคุ้มกัน การผลิตคอลลาเจน และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อีกทั้งยังมีวิตามินบี ที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญ ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดี

สิ่งนี้เกิดขึ้น เมื่อคุณกิน หัวหอม

1. ระดับคอเลสเตอรอลลดลง

หัวหอม

การศึกษาในผู้หญิงกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ PCOS ( Polycystic Ovary Syndrome ) 54 คน พบว่าการบริโภคหัวหอมแดงดิบจำนวนมาก ( 40 – 50 กรัม / วัน และหากเป็นโรคอ้วน 50 – 60 กรัม / วัน) ระดับคอเลสเตอรอล LDL ลดลง

นอกจากนี้หลักฐานจากการศึกษาในสัตว์ ก็สนับสนุนว่าการบริโภคหัวหอม อาจลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ รวมถึงการอักเสบ การก่อตัวของลิ่มเลือด และระดับไตรกลีเซอไรด์สูง

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินหัวหอม อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับไตรกลีเซอไรด์ และอาการอักเสบ

2. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง



การกินพืชผักตระกูลแอลเลียม ( Allium ) เช่น กระเทียม และหัวหอม มีความเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยง ของการเกิดมะเร็งบางชนิด รวมถึงโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่

จากการศึกษา 26 ครั้งพบว่า ผู้ที่บริโภคพืชผักแอลเลียมในปริมาณที่สูงที่สุดนั้น มีโอกาสน้อยที่จะได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ถึง 22 % เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคน้อยที่สุด

นอกจากนี้จากการศึกษาใน 13,333 คน แสดงให้เห็นว่าผู้ที่เข้าร่วมที่มีการบริโภคหัวหอมมากที่สุด มีความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนักลดลงถึง 15 % เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคน้อย

คุณสมบัติในการต่อสู้กับมะเร็งเหล่านี้ เชื่อมโยงกับสารต้านอนุมูลอิสระ จากฟลาโวนอยด์ ที่พบได้ในผักตระกูล Allium

สรุปได้ว่าหัวหอมเป็นแหล่งของสารออกฤทธิ์ ที่รู้จักกันในการยับยั้งการพัฒนาและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

3. หัวใจแข็งแรง

หัวหอมมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารที่ต่อสู้กับการอักเสบ ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

คุณสมบัติต้านการอักเสบ ที่มีศักยภาพของหัวหอม ยังอาจช่วยลดความดันโลหิตสูง และป้องกันการอุดตันในเลือด

เควอซิทิน (Quercetin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากฟลาโวนอยด์ในหัวหอม มีความเข้มข้นสูง เป็นยาแก้อักเสบที่มีศักยภาพ จึงอาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

การศึกษาในคนที่มีน้ำหนักเกิน 70 ที่มีความดันโลหิตสูง พบว่าปริมาณสารสกัดจากหัวหอมที่อุดมด้วย เควอซิทิน (Quercetin) 162 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วยลดความดันโลหิต 3-6 มม.

4. สุขภาพทางเดินอาหารดี

หัวหอมเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ และพรีไบโอติก ซึ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของลำไส้ที่ดีที่สุด

แบคทีเรียในลำไส้กินพรีไบโอติก และสร้างกรดไขมันสายสั้น รวมถึงแอซิเตท โพรพิโอเนต และบิวทิริก งานวิจัยแสดงให้เห็นว่ากรดไขมันสายสั้นเหล่านี้ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหาร เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และเพิ่มการย่อยอาหาร

นอกจากนี้การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยพรีไบโอติก จะช่วยเพิ่มโปรไบโอติก เช่น แลคโตบาซิลลัส และสายพันธุ์ bifidobacteria ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทางเดินอาหาร

5. ต้านเชื้อแบคทีเรีย

หัวหอมสามารถต่อสู้ และยับยั้งแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายได้ การศึกษาในหลอดทดลองแสดงให้เห็นว่า เควอซิทิน (Quercetin) ที่สกัดจากหัวหอมสีเหลือง มีฤทธิ์ยังยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) และ Staphylococcus aureus (MRSA) ที่ทนต่อเมทิซิลลิน

H. pylori เป็นแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งทางเดินอาหารบางชนิด ในขณะที่ MRSA เป็นแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวินะ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

6. กระดูกแข็งแรง

หัวหอมอาจช่วยสนับสนุนกระดูกที่แข็งแรง การศึกษาในสตรีวัยกลางคน และวัยหมดประจำเดือน 24 คน แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่บริโภคหัวหอม 3.4 ออนซ์ (100 มล.) ทุกวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ มีความหนาแน่นของกระดูดีขึ้น และมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น

การศึกษาอีก 507 ครั้งในสตรีก่อนหมดประจำเดือนและวัยหมดประจำเดือน พบว่าผู้ที่กินหัวหอมอย่างน้อยวันละครั้ง มีความหนาแน่นของกระดูกมากกว่า 5 % โดยรวมมากกว่าผู้ที่กินครั้งละเดือนหรือน้อยกว่า

นอกจากนี้การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่มีอายุมาก ที่กินหัวหอมบ่อยที่สุด ความเสี่ยงของการแตกหักกระดูกสะโพกลดลงมากกว่า 20 % เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยกิน

เชื่อว่าหัวหอมช่วยลดความเครียดออกซิเดชัน เพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระ และลดการสูญเสียกรดูก ซึ่งอาจป้องกันโรคกระดูกพรุน และเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกที่ดีขึ้น

7. ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล

การกินหัวหอมอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

การศึกษาใน 42 คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แสดงให้เห็นว่าการทานหัวหอมสีแดงสด 3.5 ออนซ์ ( 100 กรัม ) ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

จากการศึกษาในสัตว์หลายครั้งพบว่า การบริโภคหัวหอม อาจเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การศึกษาแสดงให้เห็นว่าหนูเบาหวาน ที่ได้รับอาหารที่มีสารสกัดจากหัวหอม 5 % เป็นเวลา 28 วัน พบว่าน้ำตาลในเลือดและไขมันในร่างกายต่ำลง

อีกทั้งสารประกอบเฉพาะที่พบในหัวหอม เช่น เควอซิทิน (Quercetin) มีผลต้านเบาหวาน

การเลือกเพิ่มหัวหอมให้มากขึ้น ในอาหารของคุณ อาจเป็นวิธีที่ง่ายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ