อยากผอม ต้องทำ 10 สิ่งนี้ เคล็ดลับหุ่นสวยของคนขี้เกียจ

0
161

บ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณต้องพูดคำว่า ” พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือรอผ่านเหตุการณ์ใดๆ ค่อยลดน้ำหนัก ” แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำได้สำเร็จ ถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก สำหรับใครหลายคนในการเริ่มต้นกับการลดน้ำหนักเสมอ ทั้งๆ ที่ อยากผอม เป็นอย่างมาก

แต่เราก็เชื่อว่า ในบางเทคนิคก็อาจช่วยทำให้ใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่ชอบมีข้ออ้างในการลดน้ำหนัก หรือคนขี้เกียจในการออกกำลังกาย ก็สามารถบรรลุเป้าหมาย ในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10 กิจกรรมสำหรับคน อยากผอม

อยากผอม

10. กินวิตามินช่วยเพิ่มการเผาผลาญ

การเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี เช่น ปลา ไข่ ตับ และเนย ฯลฯ จะช่วยให้คุณผอมได้เร็วขึ้น เพราะหากร่างกายของคุณ อุดมไปด้วยวิตามินดี มันจะช่วยให้ร่างกายเร่งการเผาผลาญได้ดีมากยิ่งขึ้น

และอย่าลืมแร่ธาตุโครเมียม ที่มีอยู่ในอาหารจำพวก กระเทียม อาหารทะเล ถั่ว และหอย ​ฯลฯ เพราะมันช่วยลดระดับอินซูลิน และลดความอยากอาหาร ได้เป็นอย่างดี



9. กลิ่น

กลิ่นบางชนิดมีผลต่อความอยากอาหารของเรา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ใช้ได้ผล การศึกษาเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า คนที่เคยดมกลิ่นสะระแหน่, แอปเปิ้ล, ส้มโอ และกล้วย ต้องการกินอาหารน้อยลง

นอกจากนี้กลิ่นของดอกไม้ เช่น ลาเวนเดอร์, ดอกกุหลาบ และดอกมะลิ มีผลต่อความอยากอาหารของเรา มีการกล่าวไว้ว่า กลิ่นของดอกไม้เหล่านี้สามารถควบคุมความอยากอาหารได้ และทำให้เรารู้สึกมีความสุขและสงบ

8. สี

ปรากฎว่าสีมีผลกระทบต่อความอยากอาหารของเรา และสีที่ไม่พึงประสงค์มากที่สุดคือ สีน้ำเงิน มีการกล่าวว่าอาหารดูอร่อยน้อยลงบนจานสีน้ำเงิน และทำให้เรากินได้น้อยลง

สีอื่นๆ ยังมีคุณสมบัติของตัวมันเอง เช่น สีชมพู ถือว่าเป็นสีที่มีกลิ่นหอมหวานที่สุด และมันสามารถเพิ่มกลิ่นของขนมได้ ส่วนสีส้มและสีเหลือง สามารถเพิ่มความอยากอาหาร

7. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลที่มีรสเปรี้ยว จะช่วยกระตุ้นการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร และเพิ่มความอยากอาหาร แต่ว่าแอปเปิ้ลมีผลกระทบบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ คือ ถ้าหากคุณกินแอปเปิ้ล 15 นาที ก่อนมื้ออาหาร จำนวนแคลอรี่ต่อวันจะลดลง 150 – 200 แคลอรี่เลยทีเดียว

นักโภชนาการบางคนบอกว่า เรากินน้อยลงเพราะกระเพาะของเราเต็มไปบางส่วน แล้วบางคนบอกว่ามันเป็นเรื่องของปริมาณเส้นใยสูง ที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ

6. เดินระยะสั้น

ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้คุณเดินได้มากขึ้น การเลือกจอดรถไม่กี่ช่วงตึก จากที่ทำงาน หรือเดินเล่นหลังมื้ออาหารกลางวัน

การกระทำเหล่านี้จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ และปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดของคุณ เพียงเปลี่ยนกิจกรรมเหล่านี้ทำเป็นประจำทุกวัน และคุณจะเริ่มเห็นความรู้สึกเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีขึ้น

เราคิดว่าฟรีแลนซ์ ควรให้ความสำคัญกับคำแนะนำนี้มากขึ้น เพราะมันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา ที่จะทำให้ตัวเองออกไปข้างนอกโดยไม่มีเหตุผลใดๆ

5. เพิ่มเครื่องเทศ

เครื่องเทศบางชนิด มีผลต่อการเผาผลาญของร่างกายสูง เช่น ขมิ้น, อบเชย, พริกแดง และขิง ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด

หากคุณลดปริมาณเกลือที่คุณบริโภค และเปลี่ยนมาเป็นการเพิ่มเครื่องเทศแทนลงในอาหาร มันจะสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ให้กับร่างกายของคุณมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งอบเชย ยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด, ขิงช่วยปรับปรุงผิวและมีผลต่อการย่อยอาหาร, พริกแดงช่วยเพิ่มการทำงานของหลอดเลือดและลดการกักเก็บน้ำ, ขมิ้นช่วยลดการอักเสบและปรับปรุงการทำงานของถุงน้ำดี

4. ดื่มน้ำเย็น

ได้มีการกล่าวว่ารสชาติของน้ำขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ซึ่งเป็นเรื่องจริง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบดื่มน้ำอุ่น แต่พวกเขาชอบดื่มน้ำที่มีน้ำแข็งหรือน้ำเย็น หากไม่มีข้อห้ามใดๆ ให้ดื่มน้ำเย็น เพราะมันจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และเพื่อการดูดซึมที่ดีขึ้น ( การดื่มน้ำเย็น 1 แก้ว จะทำให้สูญเสียแคลอรี่ประมาณ 8 – 15 แคลอรี่)

3. ใช้อูมามิ

อูมามิ เป็นรสชาติอ่อนๆ ที่พบในซอสถั่วเหลือง บร็อคโคลี่ วอลนัท และเห็ด กล่าวว่า มันมีอิทธิพลบางอย่างต่อตัวรับของสมอง และช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น

แต่การเพิ่ม ซอสถั่วเหลือง ลงไปในจานอาหารของคุณ อย่าลืมว่ามีเกลืออยู่จำนวนมาก ดังนั้นควรทานแต่พอดี

2. ตัดอาหารที่ชอบ

ควรส่วนใหญ่ยึดติดกับอาหารที่ตัวเองชอบ ดังนั้นควรตัดมันออกไปตั้งแต่แรก เพราะนี่เป็นเหตุผลที่จะทำให้คุณเข้าใกล้อาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

การตัดอาหารที่ชอบออกไป ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย แต่คุณต้องสามารถเอาชนะกับมันให้ได้

1. หลอกตา

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการลดน้ำหนักคือ การลดขนาดการเสิร์ฟอาหารของคุณ โดยมันสามารถหลอกตา และท้องของคุณได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ตัดอาหารชิ้นใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ และเสิร์ฟอาหารบนจานเล็กๆ

กฎการลดน้ำหนักหลักๆ นั้นง่าย คุณต้องเผาผลาญแคลอรี่มากกว่าที่คุณบริโภค การออกกำลังกายสามารถช่วยคุณได้มาก แต่บ่อยครั้งที่หลายคนตัดสินใจที่จะไม่ออกกำลังกาย เพราะขี้เกียจ หรือมีข้ออ้างจากการทำงาน หรือกิจกรรมระหว่างวัน

โค้ชฟิตเนส แนะนำให้เราออกกำลังกายหลังอาหารทุกมื้อ เพราะช่วยปรับปรุงกระบวนการย่อยอาหาร และเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน อย่านั่งหลังมื้ออาหารกลางวัน และอย่าเข้านอนหลังอาหารเย็น ควรใช้เวลาเดิน 10 นาที และหลังจาก 20 – 30 นาที คุณสามารถออกกำลังกายได้

ร่างกายทั้งหมดของคนเรา โดยเฉพาะส่วนของระบบย่อยอาหาร มีความเครียดคงที่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องพักผ่อนเป็นระยะๆ นักโภชนาการแนะนำให้กินประมาณ 500 แคลอรี่ต่อวันติดต่อกันทุกๆ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน

ออกกำลังกายด้วยกิจวัตรประจำวัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา