อาการตกขาว สาเหตุและวิธีป้องกันการตกขาว สาเหตุไปสู่โรคร้าย

0
4901

อาการตกขาวเป็นอาการที่ คุณผู้หญิงทุกคน ต้องเผชิญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะอาการตกขาว จะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิง ตกขาวเป็นสิ่งที่ออกมาจาก มดลูก ปากมดลูก หรือ ช่องคลอด ที่ไหลผ่านออกมาทางช่องคลอด เพื่อไม่ทำให้ช่องคลอดแห้ง ช่วยทำให้ช่องคลอดมีความชุ่มชื้น

และ ยังช่วยขจัดเชื้อโรคได้ อาการตกขาวมีทั้งแบบปกติ และ ไม่ปกติ มาเช็คกันว่าคุณมีอาการตกขาว เป็นแบบไหน อาการตกขาวที่เป็น แบบปกติ ที่คุณผู้หญิงทุกคนต้องเป็นอยู่แล้ว จะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีอาการคัน ส่วนสีจะสีขาว และ เป็นมูกสีใส มักเกิดขึ้นก่อน หรือ หลังมีประจำเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

หรือ อาจเป็นช่วงกำลัง เกิดการตกไข่ของผู้หญิง ที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง ที่อยู่ในวัยเจริญพันธ์ อาจเกิดขึ้นได้ เดือนละหนึ่งครั้ง การตกขาวจะมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ เหนียวหนืด หรือ เป็นน้ำใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีอาการคัน หรือ แสบ

ซึ่งถ้าหากคุณพบว่า อาการตกขาวมีลักษณะ เป็นแบบที่กล่าวไว้ ข้างต้น คุณผู้หญิงก็ไม่ต้อง วิตกกังวลไปว่าจะเป็น อันตรายหรือไม่

ส่วนอาการตกขาว ที่ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และ อาจจะเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน ซึ่งก็มีหลายสาเหตุ ก็คุณผู้หญิงต้องให้ความสนใจ และดูแลอย่างเป็นพิเศษ ควรต้องคอยสังเกตุอาการตกขาว จากสี กลิ่น และ อาการอื่นๆร่วมด้วย เพราะถ้าหากเกิดจากสาเหตุที่ไม่คาดคิด อาจจะเป็นอาการ ที่บ่งบอกถึงโรคบางอย่าง จะได้ป้องกัน และรักษาได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา

อาการตกขาว

สาเหตุที่บ่งบอกของ อาการตกขาว ที่คุณอาจเผชิญอยู่

1. ความเครียด

หากคุณผู้หญิง ที่กำลังตกอยู่ในภาวะเครียด อาจจะส่งผลร้าย โดยตรงไปยังมดลูกของคุณได้ สามารถทำให้เกิดอาการตกขาวได้เช่นกัน


2. ติดเชื้อแบคทีเรีย

อาการตกขาวจาก เชื้อแบคทีเรีย ลักษณะการตกขาว จะมีการตกขาว เป็นจำนวนมาก มีกลิ่นเหม็นคาว กลิ่นแรง และมีสีขาวเทา หรือ สีเหลืองปนเขียว มักมีอาการระคายเคืองปากช่องคลอด อาการตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย มักพบกับ ผู้ที่ชอบสวนล้างช่องคลอด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือ การทานอาหารหมักดอง และ อาจเกิดจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ที่อาจมีเชื้อแบคทีเรียอยู่

3. เป็นเชื้อราในช่องคลอด

อาการตกขาวจากเชื้อรา ลักษณะสี จะมีสีขาวคล้ายนมบูด หรือ สีเหลือง มีกลิ่นเหม็นอับ มีอาการคันช่องคลอด หรือ แสบเวลาปัสวะ มักเกิดจากความอับชื้น ฉนั้นคุณผู้หญิง ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้า ที่อึดอัดคับแคบเกินไป และ ควรใส่กางเกงในที่เป็นผ้าฝ้าย และ หมั่นทำความสะอาดน้องสาวให้สะอาด และแห้ง อยู่เสมอ

4. ติดเชื้อไวรัส

หากพบว่าคุณติดเชื้อไวรัส ที่เกิดการการติดเชื้อ ทางเพศสัมพันธ์ มักเกิดกับ ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนหลายคนอาการตกขาว จะมีลักษณะเป็น สีเหลือง มีกลิ่นเหม็น มีตุ่มใสๆ และ มีอาการแสบคันช่องคลอด

5. การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด ด้วยวิธีการทาน ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุหนึ่ง ของการเกิดอาการตกขาวได้ อาการตกขาวที่เกิดขึ้น จะมีลักษณะสีของอาการตกขาว จะมีสีเป็น สีเหลืองปนขาว และ มีกลิ่นเหม็นอับ

6. มีพญาธิในช่องคลอด

การติดเชื้อเนื่องจาก มีพญาธิในช่องคลอดอาการตกขาว จะมีมากกว่าปกติ และมีกลิ่นเหม็น ตกขาวอาจเป็นน้ำ หรือ เป็นฟอง ส่วนสีจะมีลักษณะเป็น สีเขียว หรือ สีเหลือง มักจะมีอาการคัน และ แสบ ร่วมด้วย

7. การตั้งครรภ์

อาการตกขาวที่เกิดจาก ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาการตกขาวจะเป็นสีชมพูอ่อนๆ เกิดจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก ที่เกิดการฝังตัว หรือ ที่เรียกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก หรือ อาการตกขาวในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ อาจจะมี การตกขาว ในจำนวนน้อย หรือ มาก ขึ้นอยู่กับแต่ละคน และไม่เป็นอันตรายใดๆ

โรคร้ายจากอาการตกขาว

อาการตกขาวยังเป็นต้นเหตุ หรือ เป็นการบ่งบอกถึงโรคร้าย ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ คุณอาจมีความเสี่ยงพบ หรือ กำลังเผชิญ อยู่กับโรคร้ายเหล่านี้ และอาจนำไปสู่โรคร้าย ก็เป็นได้

1.โรคมะเร็งปากมดลูก

2.โรคมะเร็งช่องคลอด

3.โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

4.โรคเบาหวาน

5.โรคหนองใน

6.เนื้องอกในมดลูก

7.โรคเอดส์ ( HIV )

สิ่งที่ควรปฎิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการตกขาว

1.การสอดใส่ สิ่งของแปลกปลอม เข้าไปในช่องคลอด เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการนำเชื้อโรค เข้าไปสู่ในช่องคลอด แล้วลุกลามไปในส่วนอื่นๆได้

2.ควรหลีกเลี่ยง การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ควรใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่น และ ควรเปลี่ยนเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 2-4  ชั่วโมง จึงจะช่วยป้องกัน เชื้อแบคทีเรียได้ เพราะเลือดจะเป็นแหล่งสะสม และ เป็นที่ชื่นชอบ ของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นแหล่งสะสม ของเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย ถ้าหากไม่หมั่นทำความสะอาด และ ดูแลเป็นอย่างดี

3.ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ควรเลือกซื้อผ้าอนามัย ที่ระบุว่าปราศจากน้ำหอม

4.ไม่ควรใช้แผ่นอนามัยเป็นประจำทุกวัน เพราะจำทำให้ช่องคลอดอับซื้น ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายขึ้น

5.ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด บริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะในผลิตภัณฑ์นั้น อาจมีสิ่งที่สามารถไปทำลาย เชื้อแบคทีเรียชนิดดี ที่มีอยู่ในช่องคลอด ทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ได้ง่าย

6.ไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนหลายคน และ ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ควรใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ

7.หลีกเลี่ยงการใช้ห้องน้ำสาธารณะ หรือ ถ้าหากจำเป็น ควรใช้ทิชชู เช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า ห้องน้ำนั้นจะมีเชื้อแบคทีเรียอยู่หรือไม่

8.ให้ทานนมเปรี้ยว ที่มีแลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus ) เพราะทำให้เพิ่มเชื้อแบคทีเรีย ชนิดดี ที่จะไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย ที่แปลกปลอมเข้ามา ในช่องคลอดได้

9.หลีกเลี่ยงการทานอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ฯลฯ

10.ลดน้ำหนัก งดของหวาน ควรรับประทานเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก และ ผลไม้

11.ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างภูมิต้านทาน ไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาสู่ร่างกาย ได้ง่ายๆ

12.ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า ฯลฯ

13.ควรงดสูบบุหรี่

เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเอง ถ้าหากคุณพบว่า คุณมีอาการตกขาวที่ผิดปกติ ไม่ควรหาวิธีรักษาเอง ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้ทำการป้องกัน และ รักษาได้อย่างถูกต้องต่อไป

Advertisement