แพทย์เตือน โรคเบาจืด เป็นแล้วเสี่ยงสูง รักษาไม่หาย

0
219

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า  โรคเบาจืด เป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกวัย แม้พบได้น้อยมากโดย 1 แสนคน จะพบผู้ป่วยเพียง 3 – 4 รายเท่านั้น แต่โรคเบาจืดเป็นโรคที่ ไม่มียารักษาให้หายขาด ต้องกินยาไปตลอดชีวิต  

อาการของ โรคเบาจืด !

โรคเบาจืด
โรคเบาจืด
  • ปัสสาวะบ่อย ครั้งละมาก ไม่มีสี หรือกลิ่น
  • กระหายน้ำบ่อย หากดื่มน้ำทดแทนส่วนที่เสียไปไม่ทัน หรือไม่เพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง ทำให้เกิดอาการซึม ไม่รู้สึกตัว ช็อก หมดสติ
  • ปวดบริเวณเอว ท้องน้อย เนื่องจากการคั่งของปัสสาวะบริเวณท่อไต กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้อวัยวะดังกล่าวโตขึ้น



สาเหตุของโรคเบาจืด

เกิดจากร่างกายไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนออกมาได้ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใกล้ต่อมใต้สมอง มีผลแทรกซ้อนตามมาทำให้เกิดโรคเบาจืด และไตผิดปกติแต่กำเนิด

โดยเมื่อแรกเกิดมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่มักจะแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 1 – 3 ขวบ หรือในบางรายพบได้เมื่อเป็นผู้ใหญ่

การป้องกันโรค

นายแพทย์วิบูลย์ กาญจนพัฒนกุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำคัญคือ ต้องพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและหาสาเหตุของโรค เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

วิธีการรักษาและปฏิบัติตัวที่สำคัญของผู้ที่เป็นโรคเบาจืด คือ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้าอยู่ในที่อากาศร้อนจัด ร่างกายต้องสูญเสียน้ำไปทางผิวหนังมาก หรือคนไข้ที่มีอาการท้องเดิน ท้องเสีย ต้องพยายามทดแทนโดยการดื่มน้ำเปล่าให้มาก

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เพราะอาหารที่เค็มจัดจะมีเกลือมาก ร่างกายจะขับเกลือออกมาทางไตและออกมากับปัสสาวะ เป็นสาเหตุให้ร่างกายถูกดึงน้ำออกไป จึงทำให้ขาดน้ำมากขึ้น

และต้องใช้ยาตามแพทย์สั่งให้ครบ ตรงเวลาสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาหรืองดยาไปเอง เพราะโรคนี้จำเป็นต้องใช้ยาควบคุมเสมอ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้โรคเบาจืด มักเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยต้องใช้ยาฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิต หากสงสัยว่าอาจเป็นโรคเบาจืด ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป เนื่องจากภาวะเบาจืดอาจเป็นอาการของ โรคทางสมอง โรคเลือด หรือความผิดปกติแต่กำเนิดบางอย่างได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์

Advertisement