โรค rsv 8 อาการ ควรสังเกตุ ป้องกัน ใครเสี่ยง อันตราย

0
1534

โรค rsv ( Respiratory Syncytial Virus ) หรือที่เรียกว่า ไวรัส RSV เป็นไวรัสชนิดหนึ่ง ที่สามารถติดต่อ ได้โดยผ่านทาง ตา ปาก จมูก โดยการไอ การจาม ผ่านทางอากาศ หรือ สัมผัสโดนสารคัดหลั่ง จากผู้ที่มีเชื้ออยู่ เข้าสู่ร่างกาย โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ จะพบได้บ่อย ในช่วงฤดูฝน และ ฤดูหนาว สามารถเกิดขึ้นได้ กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จะพบได้มากในเด็ก และถ้าหากพบว่า มีอาการรุนแรง ก็อาจส่งผลกระทบ อันตรายต่อชีวิต ได้เช่นกัน

เชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ สามารถอาศัย อยู่ได้ในอากาศ หรือ อยู่บนผิววัตถุ สิ่งของ เช่น ของเล่น เก้าอี้ โต๊ะ ลูกบิด แก้วน้ำ ฯลฯ ได้นานหลายชั่วโมง และหากได้รับเชื้อ จะแสดงอาการ หลังจากได้รับเชื้อ ผ่านไปแล้ว ประมาณ 4 – 5 วัน และหากพบว่า อาการไม่รุนแรง หรือ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ก็มักจะหายไปเอง ภายใน 1 – 2 สัปดาห์

อาการของ โรค rsv

1. มีอาการคล้ายกับ เป็นหวัด มีน้ำมูกไหล ไอ จาม และมีเสมหะมาก

2. มีอาการปวดศีรษะ และ มีไข้สูงร่วมด้วย

3. มีผื่นขึ้นตามตัว โดยเฉพาะเด็กและทารก

4. มีอาการเจ็บคอ ในบางราย อาจมีอาการคออักเสบ

5. มีอาการผิดปกติ ในทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก หายใจติดขัด หายใจเร็วและสั้น ในบางราย รู้สึกหายใจหอบ และเหนื่อย

6. รู้สึกเบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อย

7. มีอาการอ่อนเพลีย เซื่องซึม แต่ในบางราย มักจะหงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย

8. ในเด็ก หรือ ทารกบางราย อาจมีปลายนิ้ว ปาก และตัวมีสีเขียวคล้ำ หรือ ซีด



อันตรายของโรค rsv

– ในบางราย หากพบว่า มีอาการรุนแรง หรือ มีภาวะแทรกซ้อน ก็อาจทำให้ เกิดโรคอื่นตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคปอด และ โรคในทางเดินหายใจ ฯลฯ และไวรัส RSV นี้ พบว่าจะมีอันตรายสูง หากผู้ที่ได้รับเชื้อ เป็นผู้ป่วยสูงอายุ หรือ ผู้ที่มีอายุมาก 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยง ต่อชีวิตมากกว่า เด็กและผู้ใหญ่ทั่วไป

โรค rsv
โรค rsv

ใครเสี่ยงติดเชื้อไวรัส rsv

– ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง มีภูมิต้านทานต่ำ

– ผู้ที่มีโรคประจำตัว บางชนิด เช่น โรคปอด โรคหัวใจ ฯลฯ

– ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

– ผู้ที่อยู่ในแหล่งมีเชื้อ มีผู้คนอาศัยเป็นจำนวนมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก แออัด และอับชื้น

– พบได้บ่อย ในเด็กและทารก เนื่องจากมีภูมิป้องกัน ที่อ่อนแอกว่าผู้ใหญ่

วิธีป้องกันโรค rsv

– ควรอยู่ในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น

– ควรล้างมือทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร

– ไม่ควรใช้ ของใช้ส่วนตัว ร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ฯลฯ

– ควรดื่มน้ำสะอาด ให้มากพอดี

– ควรออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ

– สำหรับเด็ก ผู้ปกครอง ควรทำความสะอาดบ้าน ของเล่น อยู่เสมอ และควรดูแล ป้องกัน หลีกเลี่ยง ที่จะพาเด็กไปเล่น หรืออยู่อาศัย ในแหล่งที่คาดว่า จะมีเชื้อปนเปื้อนอยู่

เนื่องจากเชื้อไวรัส RSV นี้ยังไม่วัคซีนป้องกัน ในประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ที่ควรต้องคอยระวัง ป้องกันและหลีกเลี่ยง การติดเชื้อ จึงจะดีที่สุด และหากพบว่า ตนเองและคนรอบข้าง มีอาการคล้าย เป็นอาการของโรค rsv ก็ควรรีบไปพบแพทย์ โดยทันที เพื่อป้องกัน ภาวะแทรกซ้อน ที่อาจตามมาได้